ลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง จูเฝิงชุนจึงพูดคำนี้ขึ้น ตอนนี้เขาไม่กล้าไปล่วงเกินจูกว่างฉวน หรือจะพูดว่า ไม่กล้าล่วงเกินลูกเขยแต่งเข้าคนนั้นที่อยู่ข้างหลังจูกว่างฉวน
ภูมิหลังของอีกฝ่ายใหญ่เกินไป ใหญ่จนแม้แต่ตระกูลเติ้งตระกูลใหญ่แห่งหนานหนิง ยังต้องยอมประนีประนอมต่อตระกูลจู
ห้าร้อยล้านไม่มีก็ยังหามาได้ แต่คนหนุนหลังแบบนั้น ชาตินี้ตระกูลจูคงหาไม่ได้อีกเป็นครั้งที่สอง
“นานท่าน ผมไม่ยอมรับ ห้าร้อยล้านนี้ตระกูลเติ้งให้ตระกูลจูเป็นการชดเชย ไม่ได้ให้จูกว่างฉวนคนเดียวสักหน่อย”
“ใช่แล้ว ไม่ได้จริงๆ ให้จูกว่างฉวนเอาไปสองร้อยล้านก็ได้ ที่เหลือสามร้อยล้านให้พวกเรา”
เหล่าญาติในตระกูลจูหูตาแดงไปหมด ภายใต้ความน่ายั่วยวนของเงินตรามากมาย ไม่มีใครสามารถรักษาอาการไว้ได้
“หุบปากให้หมด!”
จูเฝิงชุนตบโต้ะด้วยความโกรธเกรี้ยว ถ้วยชาบนโต้ะถูกตบจนส่งเสียงเคร้งคร้าง
“ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ห้าร้อยล้านนี้น่ะ ให้กว่างฉวนเป็นคนจัดการคนเดียวทั้งหมด ใครคัดค้าน ก็ออกจากตระกูลไปเดี๋ยวนี้!”
เมื่อชายชราบันดาลโทสะ ทุกคนในตระกูลจูก็พูดอะไรไม่ออก แต่เมื่อมองในแววตาของจูกว่างฉวน กลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
จูกว่างฉวนเผชิญหน้ากับสายตาขุ่นเคืองของทุกคนโดยไม่เกรงกลัว
“พวกคุณคิดว่า ผมต้องการจะฮุบห้าร้อยล้านนี้ไว้งั้นเหรอ?” จูกว่างฉวนเอ่ยหัวเราะอย่างเย็นชา
“ถ้าไม่คิดจะเก็บไว้คนเดียวแล้วคืออะไร?” ใครคนหนึ่งถามเสียงดัง
“ไอ้โง่!” จูกว่