ปกคลุมอวิ๋นเมี่ยวเจินเอาไว้แน่นหนา ขวางยันต์มหาศาลทั้งหมดให้อยู่ภายนอก
แต่ทั้งหมดนี้ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะยันต์ไม่ได้สิ้นเปลืองพลังวิชาของลวี่หยาง ทว่าคัมภีร์โอสถทองคำไท่อี้ที่อวิ๋นเมี่ยวเจินใช้อยู่นั้นกลับกินพลังมหาศาล เมื่อฝ่ายหนึ่งไม่สิ้นเปลือง อีกฝ่ายกลับถูกเร้าให้ร่อยหรอ แสงปราณที่ห่อกายของนางก็พลันถูกยันต์นับไม่ถ้วนฉีกกระชากจนแหลกละเอียด สุดท้ายนางทำได้เพียงเร่งตั้งแสงแก่นแท้ขึ้นมาห่อกายอย่างยากลำบาก
“ฟัน!”
ลวี่หยางย่อมไร้ความคิดเมตตา ยันต์ปราณกระบี่และยันต์ห้าอสนีบาตร่วงลงพร้อมกัน เพียงชั่วพริบตาก็ฉีกทำลายอาภรณ์ปกป้องกายของอวิ๋นเมี่ยวเจินจนขาดสะบั้น
ชั่ววูบเดียว อาภรณ์แตกสลาย กระจายเป็นสายฝนโปรยปราย เผยให้เห็นผิวขาวผ่องผืนใหญ่
“อ๊า….!”
อวิ๋นเมี่ยวเจินถึงกับโกรธจนโฉมหน้าขาวนวลแดงก่ำ ร่างกายขาวเนียนดังหยกสั่นสะท้านไปทั้งกาย โดยไม่รู้ตัวนางอยากจะยกมือปกปิด ทว่ากลับไม่อาจทำได้ เพราะถูกลวี่หยางโจมตีจนไม่อาจละมือจากการป้องกันได้เลย
“เจ้ามาร! เจ้าหาที่ตาย!” อวิ๋นเมี่ยวเจินใบหน้าบิดเบี้ยว นางอายุยังน้อยแต่ก็ก้าวสู่ชั้นเก้าของรวมลมปราณ อีกทั้งยังได้หลอมสำเร็จมหาวิชาเทพแห่งนิกายกระบี่ ได้รับตำแหน่งศิษย์สายตรง เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งการวางรากฐานของนิกายมาโดยตลอด นางอยู่เหนือผู้คนเสมอมา เย็นชา หยิ่งผยอง ตั้งแต่เมื่อใดกันที่ต้องตกอยู่ในสภาพน่าอับอายเช่นนี้?
ลวี่หยางเห็นดังนั้นก็เพียงย