ีปัญหา” เย่ไห่ถังขมวดคิ้ว เฉินเฟิงได้แสดงความจริงใจออกมาแล้ว หากเธอยังปฏิเสธเขาอีก ก็สงสัยว่าจะไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีอะไรแล้ว
“เช่นนั้นก็ขอขอบคุณ คุณหนู่เย่ไว้ตรงนี้เลย” เฉิงเฟิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ เห็นชัดว่าเย่ไห่ถังนั้นเป็นลูกคุณหนูผู้รากมากดี เฉินเฟิงกลับไม่รู้สึกกังวล ว่าต่อไปเย่ไห่ถังจะต้องเสียใจภายหลัง หรืออาจจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
“คุณเฉินเกรงใจเกินไปแล้ว ทุกคนต่างก็ได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน” เย่ไห่ถังเอ่ยเรียบๆ ความจริงแล้วทั้งสองฝ่ายต่างต้องยอมเสียสละ เฉินเฟิงเสียเปรียบ ในเมื่อสิ่งที่เขาจะต้องพบเจอ อาจจะเป็นปรมาจารย์อ้านหลินของตระกูลเติ้งส่วนเธอแม้จะบอกว่าให้ช่วยเสี้ยเมิ่งเหยาสักครั้ง แต่คู่ต่อสู้นั้น เห็นชัดว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอะไรมาก
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้……” เฉินเฟิงลุกขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม เตรียมจะเดินจากไป แต่ขณะนั้นเองที่ก็มีเสียงดังมาจากด้านนอกลานบ้าน เสียงดังกระทบพื้นอย่างแรง
“ปึง!”
ประตูใหญ่ตรงลานบ้านถูกถีบจนแตกเป็นเสี่ยงๆ แตกลอยละลิ่วไป
ด้านนอกประตู อู๋จิ่วโยยืนด้วยมือเดียว สีหน้าภาคภูมิใจ
เติ้งซื่อชีที่อยู่ข้างๆ ดวงตาทั้งคู่ไฟลุกโชน ที่มีแต่ความโกรธเกลียด
“ไอ้ชาติชั่ว ฉันมาขัดจังหวะเธอหรือเปล่า?” แววตาเย็นเยือกมองมาที่เย่ไห่ถัง เติ้งซื่อชีเอ่ยอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
เย่ไห่ถังยิ้มอย่างมีเลศนัย “ใช่สิ คุณเข้ามาขัดจังหวะฉัน ถ้าคุณมาช้ากว่านี้อีกหน่อยจะดีมาก”
เฉินเฟิ