่างๆ นานา
แต่วันนี้ เย่ไห่ถังต่อหน้าต่อตาเขา ยังเป็นคนยื่นมือไปจับมือกับผู้ชายแทน
และชายคนนี้ ยังคงเป็นลูกเขยตกถังข้าวสารที่เขาดูถูกด้วย!
“ก่อนหน้านี้คุณเฉินเคยเป็นนักแข่งอาชีพเหรอ? ” เย่ไห่ถังถาม เพราะว่าเธอเองยังไม่ถูกใจเลย วรยุทธ์ทางบูโดของเฉินเฟิงสูงส่งกว่าเธอ เธอยอมรับได้ แต่สิ่งที่เธอยอมรับไม่ได้ กับการที่เฉินเฟิงยังแข่งรถ เก่งกว่าเธอ ดูเหมือนว่า ก่อนหน้านี้เฉินเฟิงจะต้องเรียนรู้ทักษะการแข่งรถอย่างเป็นระบบมาก่อน จนถึงขั้นเป็นศิษย์ของนักแข่งรถขั้นเทพสักคนด้วย
และสิ่งที่ทำให้เธองงงวยที่สุดก็คือ เห็นได้ชัดว่าคนของเติ้งซื่อชีได้ทำการปรับแต่งที่รถของเฉินเฟิง แต่เฉินเฟิงก็ยังขับรถอย่างปลอดภัยตลอดทาง
เฉินเฟิงส่ายหัวไปมา พร้อมทั้งพูดว่า “เปล่านะ วันนี้เป็นการแข่งรถครั้งแรกของผม”
เย่ไห่ถังรู้สึกกระอักกระอ่วน อีกทั้งไม่รู้จะพูดอะไรต่อ แน่นอนว่าเธอดูออก ว่าเฉินเฟิงพูดความจริง ว่าเป็นการแข่งรถครั้งแรกของเขาจริงๆ
นอกจากนี้ยังหมายความว่า เรื่องที่เธอจินตนาการก่อนหน้านี้ก็หายวับไปทันที เฉินเฟิงไม่ได้เรียนรู้ทักษะการแข่งรถใด ๆ และไม่เคยฝากตัวกับศิษย์กับอาจารย์คนไหน อาศัยพรสวรรค์ที่น่าสะพรึงของเขา จนเขาได้รับรางวัลนี้มา
เย่ไห่ถังรู้สึกสับสนเล็กน้อย เธอไม่ได้คิดว่า จะยังมีคนแปลกประหลาดแบบเฉินเฟิงอยู่บนโลกนี้ พรสวรรค์ บูโดที่น่าหลงใหล แถมยังมีพรสวรรค์ในการแข่งรถก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน
“คุณเย่?” เฉิน