ิ้งซื่อชีในเวลานี้จงเกลียดจงชังถึง
อย่างไรก็ตามเฉินเฟิงไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ แถมยังเป็นประโยคเดิม ถ้าเติ้งซื่อชีรู้จักประเมินตน เขาควรจะอยู่เป็นนายน้อยของตระกูลเติ้งในเมืองหนานหนิงไปให้สบายๆ หากเขายังเพิกเฉย ยังมาหาเรื่องเขาที่เมืองชางโจว งั้นเขาก็จะไม่สนใจ จะทำให้เติ้งซื่อชีรู้จักคำว่า อะไรที่เรียกว่าเสียใจในภายหลัง!
หลังจากบอกเวลาและสถานที่แก่เฉินเฟิง เย่ไห่ถังก็เห็นสายตาที่ตกตะลึงของฝูงชน และหายไปในที่สุด
ด้านของข้างเฉินเฟิง จูกว่างฉวนที่ยืนอ้าปากค้างอยู่นาน
เพราะว่าเย่ไห่ถังเป็นคนเชื้อเชิญที่จะจับมือเฉินเฟิงก่อน แถมยังชวนเฉินเฟิงไปทานอาหารอีกด้วย?!
จูกว่างฉวนไม่อยากจะเชื่อภาพที่เกิดขึ้นต่อหน้า เขารู้สึกว่าเขาต้องตาลายแน่ๆ
ไม่เพียงแต่ จูกว่างฉวนเท่านั้น บรรดาผู้คนจำนวนมากมายที่กำลังมุงดู ก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เย่ไห่ถังซึ่งเคยหยิ่งยโสมาตลอด จะมีท่าทีเชิงรุกกับผู้ชาย
แค่พบกันครั้งแรกเท่านั้นก็ชวนผู้ชายคนนี้กินข้าวแล้ว
และลือกันว่าชายคนนี้ยังเป็นลูกเขยตกถังข้าวสาร แถม เขาเป็นคนที่เคยมีครอบครัวมาแล้ว
เย่ไห่ถังคิดอะไรอยู่กันแน่?
ไม่แต่งงานกับไฮโซที่โสดอย่างเติ้งซื่อชี แต่กลับเดินเข้าหาลูกเขยที่ตกถังข้าวสารแทนที่มีครอบครัวแล้วอย่างใกล้ชิดสนิทสนมถึงเพียงนี้!
ปัญหาเรื่องนี้ ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้เลย
“น้องชายเฉินเฟิง นายพูดความจริงออกมา ว่านายเป็นทายาทของคนในตระกูลร่ำรวยตระกูลไหน? ” จูกว่า