คิดจะยื่นมือช่วย เพียงรอให้ลวี่หยางถูกฆ่า อวิ๋นเมี่ยวเจินแย่งชิงโชคชะตาของเขาไป เพื่อเปิดแดนลับอสูรวิญญาณ
ในขณะเดียวกัน ภายในกระบี่เร้นสวรรค์
ประกายกระบี่สาดส่องลงมา วิชาค่ายกลชั้นแล้วชั้นเล่ากลับมิอาจขวางกั้นได้ รอจนลวี่หยางได้สติกลับคืนมา ทัศนวิสัยก็พลันชัดเจน สถานที่ที่เขาอยู่ก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นทิวทัศน์ใหม่ไปแล้ว
สิ่งที่เห็นเบื้องหน้า มีเพียงปราณกระบี่อาละวาดเกรี้ยวกราด
เมื่อปราณกระบี่กระหน่ำลงมา ลวี่หยางก็รู้สึกได้ว่าปราณแท้จริงอ่อนแรงไปสามส่วน การใช้วิชาเทพก็เต็มไปด้วยความติดขัด รู้ทันทีว่านี่คือแรงกดดันจากแดนสวรรค์น้อยในกระบี่
เสี้ยวอึดใจถัดมา แสงสว่างจากเบื้องบนก็พลันฉายลง อวิ๋นเมี่ยวเจินก้าวออกมาอย่างสง่างาม
“เจ้ามารแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ วันนี้เจ้าสมควรต้องประสบเคราะห์กรรมนี้แล้ว จงยอมรับโทษทัณฑ์เถิด!”
เสียงใสสะท้อนก้องลงมาจากนภา ดุจถ้อยคำแห่งเทพเซียนออกประกาศิต เพียงคำเดียวก็ทำให้ลวี่หยางรู้สึกประหนึ่งสวรรค์และปฐพีล้วนเป็นศัตรู คิดจะฉีกทำลายเขาเป็นชิ้นๆ
สิ้นคำ อวิ๋นเมี่ยวเจินก็ผลักมงกุฎเต๋าบนศีรษะคราหนึ่ง แสงทองคำเรืองรองพลันพุ่งขึ้นสู่ฟ้า จากนั้นแยกออกเป็นสามสาย กลายเป็นทอง เงิน และหยก พาดวนรอบกายดุจมังกรเวียนว่าย หัวท้ายเชื่อมถึงกันเป็นห่วงไม่สิ้นสุด ทำให้รูปโฉมนางยิ่งดูศักดิ์สิทธิ์สง่างาม
ลวี่หยางเห็นดังนั้น สีหน้าก็ยิ่งเคร่งขรึม
เพราะผ่านการบำเพ็ญเพียรมาหลายชาติ เขาย่อ