จียเหยียนแล้ว”
“ไม่เห็นเจียเหยียนแล้ว?” เฉินเฟิงจิตใจอึมครึม ทำไมเจียเหยียนถึงไม่อยู่แล้วล่ะ?
“อืม โทรศัพท์หาเธอก็โทรไม่ติด ถามพนักงานของโรงแรมมา พวกเขาก็บอกว่าไม่เห็น” จูกว่างฉวนร้อนใจจนเหงื่อผุดออกมา เดิมทีจูเจียเหยียนไม่ใช่คนที่ออกไปไหนไม่บอกไม่กล่าวแบบนั้น ตอนนี้เธอหายตัวไปอย่างลึกลับ มีความเป็นไปได้มากว่าจะถูกคนลักพาตัว
“ถามซูนแช่มารึยัง?” เฉินเฟิงถามเสียงทุ้ม ถึงแม้วันนี้เขาจะผิดใจเติ้งซื่อชีกับซูนแช่พร้อมกัน แต่เติ้งซื่อชีไม่เหมือนคนที่สามารถทำเรื่องลักพาตัวแบบนี้ออกมาได้ กลับเป็นซูนแช่คนใจแคบแบบนี้ มีความเป็นไปได้มากว่าจะใช้จูเจียเหยียนมาข่มขู่เขากับจูกว่างฉวน
“ถามแล้ว ซูนแช่เจ้าหมานั้นบอกว่าเขาก็ไม่รู้” จูกว่างฉวนตอบ
“ฉันจะไปถามดูอีกที” เฉินเฟิงลุกขึ้น ซูนแช่ไม่ได้หวาดกลัวจูกว่างฉวนแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่แน่ว่าเขาพูดความจริงกับจูกว่างฉวน
“ได้” จูกว่างฉวนพยักหน้า
ไม่นานทั้งสองคนมาถึงห้องพักของซูนแช่
เจอซูนแช่เข้า ชั่วขณะนั้นในลูกตาของซูนแช่ก็มีไฟโกรธเดือดพ่นออกมา แต่ไม่นานก็ถูกเขาควบคุมลงไป
“มีธุระอะไร?”
“เจียเหยียนอยู่ที่ไหน?” เฉินเฟิงเอ่ยปากอย่างเย็นขา
“ไม่รู้!” ซูนแช่คุมไฟโกรธไว้แล้วตอบ เมื่อสักครู่จูกว่างฉวนพึ่งมาถามเขาไป แต่เขาไม่รู้จริงๆ ว่าจูเจียเหยียนอยู่ที่ไหน
“ไปเถอะ” เฉินเฟิงขมวดคิ้วเอ่ยปาก หมุนตัวออกไปทันที ซูนแช่ไม่ได้โกหก เขามองออก
“จะเป็นเติ้งซื่อชีรึเปล่า?”