ซูนแช่ยิ้มกริ่ม บอกว่า “ล้อเล่น……คุณเฉิน เมื่อกี้นั้นผมแค่ล้อเล่นกับท่านเอง”
การแสดงออกของซูนแช่ ทำให้เฉินเฟิงหมดคำจะพูดอยู่บ้าง เขารู้แล้วว่าทำไมบอดี้การ์ดของซูนแช่ถึงไม่มีศักดิ์ศรีขนาดนี้ มีซูนแช่เป็นหัวหน้าที่ไม่มีศักดิ์ศรีขนาดนี้ พวกเขาลูกน้องกลุ่มนี้มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีสิถึงจะแปลก
“ใช่เหรอ?” เฉินเฟิงยิ้มขบคิด ตอบว่า “งั้นฉันก็ล้อเล่นกับนายเป็นยังไง?”
“ล้อเล่นอะไร?” ซูนแช่เอ่ยปากโดยจิตใต้สำนึก หลังพูดจบ เขาเสียใจอยู่บ้าง ปากตนเองช่างต่ำเหลือเกิน
“ไม่อย่างนั้นคุกเข่าลงร้องเสียงหมา ไม่อย่างนั้นฉันตีสามขานายหัก” เฉินเฟิงยิ้มเล็กน้อยพูดขึ้น เขาเพิ่มไปให้อีกขาหนึ่งบนขาทั้งสองของซูนแช่ ขาที่ผู้ชายต่างก็มีกันทั้งนั้น
ซูนแช่มุมปากเป็นตะคริว ขาสามข้าง ทำไมเฉินเฟิงถึงโหดกว่าเขากันล่ะ
“ให้เวลานายคิดหนึ่งนาที” เฉินเฟิงเอ่ยปากนิ่งๆ เขาไม่มีเวลามาเล่นเป็นเพื่อนซูนแช่อยู่ที่นี่ ถ้าอีกหนึ่งนาที ซูนแช่ยังไม่คุกเข่าลงร้องเสียงหมา อย่างนั้นเขาจะไม่เกรงใจซูนแช่อีกแล้ว
สิบวินาที ยี่สิบวินาที สามสิบวินาที……
เวลาผ่านไปแต่ละวินาที ผู้คนทั้งสนามต่างก็จ้องซูนแช่กันไว้ อยากรู้ว่าระหว่างซูนแช่คุกเข่าลงร้องเสียงหมากับโดนเฉินเฟิงตีขาสามข้างหัก เขาจะเลือกอันไหน?
“กึกกัก”
ในที่สุดซูนแช่ยังคุกเข่าลงที่พื้นด้วยหน้าที่เต็มไปด้วยความอับอาย
เขาไม่กล้าเสี่ยง ไม่กล้าเสี่ยงว่าเฉินเฟิงมีความกล้าตีขาทั้งสามของเขาหัก