่าย” เฉินเฟิงพยักหน้า
ไม่นานคนของกู้ตงเชินก็นำรถขับเข้ามาแล้ว หลังจากเติมน้ำมันจนเต็ม เฉินเฟิงขับไปบนถนนทันที
อ่าวโป๋ไห่เป็นเขตเชื่อมต่อกับของเมืองชางโจวและหนานหนิง
จุดชมวิวขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่คือถนนแข่งริมอ่าวที่วกไปวนมา ทุกปี ที่นี่ล้วนจัดงานแข่งรถหลายครั้ง
ในวันปกติจึงมีลูกคนรวยไม่น้อยชอบมาขับรถเร็วที่อ่าวโป๋ไห่
แน่นอนว่าคนที่ตายจากขับรถเร็วก็จำนวนไม่น้อย
ด้านล่างตีนเขา ทุกที่สามารถเห็นอะไหล่รถหรูที่แตกละเอียดได้
ตอนที่รถของเฉินเฟิงขับมาถึงใต้ตีนเขาก็เป็นช่วงพลบค่ำ เนื่องจากงานแข่งรถก็จะเริ่มพรุ่งนี้แล้ว โรงแรมที่ด้านล่างเขาเวลานี้จึงเต็มไปด้วยผู้คน
เฉินเฟิงถามมาตั้งหลายแห่งติดกันล้วนแขกเต็มทั้งนั้น
เฉินเฟิงจึงจำใจได้แต่ขับรถขึ้นเขาต่อไป
ถนนอ่าวโป๋ไห่ช่วงหัวค่ำเป็นประตูนรกที่ขึ้นชื่อ ที่นี่ถนนแข่งรถวกไปวนมา สภาพทางซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงไฟไม่ได้รับการซ่อมเป็นปี ล้วนเป็นความมืดมิด
หากไม่ระวังสักนิด ก็มีอันตรายที่คนจะตายจากอุบัติเหตุรถยนต์
เพราะเหตุนี้จึงมีคำพูดประโยคหนึ่งจากปากนักแข่งรถที่แฝงโฉมหน้าในอ่าวโป๋ไห่หลายปี หากกล้าขับรถที่อ่าวโป๋ไห่ยามค่ำคืน ล้วนเป็นนักแข่งรถพญายม!
เป็นธรรมดาที่เฉินเฟิงจะไม่รู้คำพูดประโยคนี้ แต่ถึงแม้ว่ารู้แล้วก็ไม่กระทบต่อการขับรถตอนกลางคืนของเขา
ความเร็วขึ้นถึงร้อยแปดสิบ เฉินเฟิงขับอาวดี้ด้วยความรู้สึกของแลมโบกินีออกไปอย่างฝีมือดี
ได้แต่มองเห็