กะทันหันเหลือเกิน
ทุกคนตระกูลเสี้ยเดิมทีไม่ได้เตรียมใจรับใดๆ
“คุณปู่ คุณปู่ฟื้นสิ” เสียงพึ่บพับ เสี้ยห้าวคุกเข่าลงตรงหน้าเก้าอี้ทำงาน จับมือของเสี้ยหยุนเสิ้งไว้ ดวงตาล้วนเริ่มแดงขึ้น
เฉินเฟิงอยู่ด้านข้างมองดูอยู่ทั้งเหตุการณ์ สำหรับเสี้ยหยุนเสิ้ง เขาไม่ได้มีความรู้สึกอะไร ดังนั้นเสี้ยหยุนเสิ้งกลายมาเป็นผัก ในใจเขาก็คงไม่มีอะไรหวั่นไหว
“ทำไมคุณปู่ถึงกลายมาเป็นแบบนี้?” เสี้ยห้าวสะอื้นมองหมอวัยกลางคนแวบหนึ่ง
“ก่อนหน้านี้ร่างกายของท่านประธานแข็งแรงมากมาตลอด เขากลายมาเป็นแบบนี้กะทันหัน เกรงว่าคงได้รับการกระทบกระเทือนอะไรแล้วครับ” แพทย์วัยกลางคนพูดพึมพำ
“กระทบกระเทือน?” ทุกคนตระกูลเสี้ยมองหน้ากัน ไม่เข้าใจความหมาย
“อืม” แพทย์พยักหน้า พูดต่อไป “การกระทบกระเทือนแบบนี้ ส่วนใหญ่เป็นทางอารมณ์ อย่างเช่น เกิดเรื่องอะไรที่ทำให้ท่านประธานยากจะรับได้ กระตุ้นความโกรธของท่านประธาน พอท่านประธานผ่อนคลายไม่ได้ ประสาทศูนย์กลางยิ่งสับสน จนกลายมาเป็นผัก……”
สายตาของทุกคนตระกูลเสี้ยตกอยู่ที่ตัวของเฉินเฟิง
ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกเขาเดินเข้ามากับเสี้ยห้าว ในห้องทำงานมีเพียงเฉินเฟิงยืนอยู่ตรงด้านหน้าเสี้ยหยุนเสิ้ง
“ใช่นายรึเปล่า?” เสี้ยห้าวย้ายสายตาไปมองทางเฉินเฟิงอย่างฉับพลัน
“เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย? ฉันเข้ามายังไม่ถึงหนึ่งนาที” เฉินเฟิงมองเสี้ยห้าวอย่างเย็นชาทีหนึ่ง เจ้าโง่นี้ ฝีมือแสดงละครกลับไม่เลว
“นายบอกว่าหน