ห้หล่อนมานอนบนเตียงฉัน!” เย่หมิงเหวินย้ายสายตาไปทางเสี้ยเมิ่งเหยาแล้ว ความหยาบกระด้างในสายตาไม่ปิดบังแม้สักนิดเดียว
กู้ตงเชินถอนหายใจทีหนึ่ง เย่หมิงเหวินนี่จริงๆ เลย ไม่รู้คำว่าตายเขียนอย่างไรสินะ
เห็นกู้ตงเชินไม่พูดจา เย่หมิงเหวินอดขมวดหัวคิ้วไม่ได้ “กู้ตงเชิน นี่เป็นถิ่นของนาย อย่าบอกฉันนะว่านายทำไมได้?”
กู้ตงเชินส่ายหน้าแล้วมองเย่หมิงเหวินอย่างเห็นใจแวบหนึ่ง ทันใดนั้นก็เอ่ยปากถาม “เย่หมิงเหวิน นายอยากตายยังไง?”
พอคำพูดนี้ออกมา ชั่วขณะนั้นสีหน้าเย่หมิงเหวินก็เปลี่ยนไป
“กู้ตงเชิน นายหมายความว่าอะไร? ฉันเป็นตระกูลเย่……”
“ตระกูลเย่?” เย่หมิงเหวินยังไม่ทันได้พูดจบ ก็ถูกกู้ตงเชินหัวเราะเยาะขัดจังหวะ “ต่อให้เย่ไห่ตงหัวหน้าตระกูลของพวกนายมาแล้ว ฉันก็จะพูดคำนี้ ยิ่งไปกว่านั้นนายก็เป็นแค่หมาตัวหนึ่ง”
พูดจบ กู้ตงเชินถีบบนท้องของเย่หมิงเหวินไปทีหนึ่ง จนเย่หมิงเหวินล้มลงอย่างอเนจอนาถ
“กู้ตงเชิน นายอยากตายเหรอ!”
เย่หมิงเหวินดวงตาแดงก่ำ เหมือนสิงโตผู้บ้าคลั่งตัวหนึ่งที่คำรามกระโจนเข้าไปทางกู้ตงเชิน
กู้ตงเชินส่งเสียงหัวเราะเยาะ โบกๆ มือ ชั่วพริบตาเดียวด้านหลังก็มีนักเลงเจ็ดแปดคนโผล่ออกมา
คนกลุ่มหนึ่งล้อมเย่หมิงเหวินไว้ จากนั้นเริ่มเตะต่อยขึ้นมา
ไม่ถึงหนึ่งนาที ก็ทำให้เย่หมิงเหวินได้แต่หายใจเข้า ไม่ได้หายใจออก
หลังจากเก็บกวาดเย่หมิงเหวินแล้ว กู้ตงเชินเดินไปตรงหน้าของเฉินเฟิง ตบๆ มือ เอ่ยปากอย่าง