บทที่ 49 แม้เพียงครึ่งส่วนก็มิอาจกำหนดเอง
“ดูท่าเจินเหรินวางรากฐานที่อยู่เบื้องหลัง ในที่สุดก็ยอมล้มเลิกแล้ว!”
ลวี่หยางแหงนหน้ามองฟ้า ก็เพราะตนถือครองยันต์เทวะเอกะปราณบรรพสวรรค์อีกทั้งสั่งสมประสบการณ์มาหลายชาติ จึงพอจะหยั่งรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงแห่งชะตาได้เล็กน้อย ความรู้สึกดวงใจโปร่งใส สุดหล้าฟ้ากว้างเช่นนี้ แท้จริงแล้วมิได้ประสบมานานยิ่งนัก
“ดีนัก…ดี!”
เมื่อแน่ใจว่าเจินเหรินวางรากฐานมิได้ยังคงคิดคำนวณตน ลวี่หยางก็คลายความกดดันลงไปมาก อีกทั้งสิ่งที่ตนบากบั่นดำเนินอยู่ก็ใกล้สำเร็จไปอีกขั้น
เขาหยิบเอาธงหมื่นวิญญาณปราณแรกเริ่มบรรพกาลออกมา แล้วปลุกเรียกร่างจำแลงปราณแรกเริ่มบรรพกาลของตนทันที
ธงหมื่นวิญญาณนี้มีความพิเศษ แม้ซ่อนแฝงมิติขนาดเล็กไว้ภายใน แต่มีเพียงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์เต๋าบรรพกาลอย่างร่างจำแลงปราณแรกเริ่มบรรพกาลเช่นนี้เท่านั้น จึงจะสามารถเข้าไปภายในได้
ร่างจำแลงก้าวเข้าไป ลวี่หยางพลันรู้สึกว่าเบื้องหน้าพลันสั่นไหว
ชั่วพริบตาถัดมา ม้วนภาพกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตก็ค่อยๆ คลี่ออกตรงหน้า ราวกับภาพวาดต่อเนื่อง แต่ละภาพล้วนมีวิญญาณธงดำรงอยู่
ภาพเหล่านั้นแตกต่างกันไป บ้างคือบ้านเรือนกลางภูเขาลำธาร บ้างคือเกาะเดียวดายในทะเล บ้างคือพระราชวังหลวง บ้างคือวิมานสวรรค์ แต่ละฉากล้วนมีวิญญาณธงที่เปล่งแสงวิญญาณดำเนินไป บ้างดื่มกินสำราญ บ้างนั่งบำเพ็ญวิชา ดูราวกับเป็นบุคคลมีชีวิตแท้จริง
แม้ลวี