่หยางจะได้พบเห็นมาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่เห็นก็อดมิได้ที่จะเอ่ยในใจ :
“เกรงว่าภาพเหล่านี้ล้วนคือความทรงจำเมื่อครั้งยังมีชีวิตของวิญญาณธง หากให้มันดำรงอยู่ในม้วนภาพเช่นนี้ ก็สามารถรักษาสำนึกมิให้สูญสลายได้ ช่างเป็นอาวุธวิเศษที่ร้ายกาจนัก!”
เพียงใจคิด ภาพในม้วนภาพก็แปรเปลี่ยนไปทันใด
เหล่าวิญญาณธงทั้งหมดถูกรวมเข้าด้วยกัน ที่เคยเป็นบ้านเรือนกลางภูเขาหรือเกาะกลางสมุทร พลันกลายเป็นโรงงานใหญ่และสายการผลิตยาวเหยียด
แรกเริ่ม เหล่าวิญญาณธงยังคงมีท่าทีเลื่อนลอยพร่าเลือน
แต่ไม่นานนัก ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่วิญญาณธงอย่างหลิวซิ่นก็เป็นคนแรกที่ฟื้นคืนสติ รีบก้าวมาหาลวี่หยาง ก้มกายเอ่ยด้วยความเคารพว่า
“ข้าน้อยขอคารวะนายเหนือหัว”
“การงานเป็นเช่นไรแล้ว?”
“กราบทูลนายเหนือหัว บัดนี้ได้สร้างยันต์แสงทองหนึ่งร้อยสามสิบสองแผ่น ยันต์ห้าอสนีบาตหนึ่งร้อยห้าสิบสามแผ่น ยันต์ปราณกระบี่สองร้อยสิบแผ่น ขอได้โปรดตรวจสอบ”
สิ้นคำ หลิวซิ่นก็ยกยันต์เป็นตั้งหนาแน่นขึ้นมาส่งให้
“ทำได้ดี เพียงแต่ว่า…..”
ลวี่หยางกวาดจิตเทวะตรวจคราหนึ่ง เก็บยันต์เหล่านั้นด้วยความพึงพอใจ แต่ทันใดก็ขมวดคิ้วเข้ม “….ผู้ใดอนุญาตให้พวกมันกลับไปพักผ่อน?”
นับแต่ได้สนทนาธรรมกับเซียนหญิงเฟยเสียนั้นแล้ว เขาก็ยกการผลิตยันต์สามชนิดต่ำให้เหล่าวิญญาณธงในธงหมื่นวิญญาณดำเนินแทน ดังนั้นมันทั้งหลายควรทำงานทั้งทิวาและราตรี ไม่ควรหยุดพักเช่นนี้ ทว่าเพี