ฉันได้ไว้หน้าแกแล้วนะ ถ้าฉันไม่เห็นแก่หน้าของแก ฉันได้เอาหลักฐานที่เสี้ยเมิ่งเหยายักยอกเงินส่งให้ศาลไปนานแล้ว”
“งั้นฉันก็ต้องขอบคุณนายงั้นสิ?” เฉินเฟิงยิ้มเสียดสีออกมา
“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก” เสี้ยห้าวนั้นกลับฟังไม่ออกเลยว่าในคำพูดนั้นของเฉินเฟิงได้แฝงไปด้วยการเหน็บแนม ยังคงเอ่ยออกมาอย่างไม่สนใจใคร “ขอเพียงแค่แกยกรถKoenigseggคันนี้ให้บริษัท เรื่องทั้งหมดระหว่างเราก่อนหน้านั้นก็จะจบลง ฉันเองก็จะไม่คิดเล็กคิดน้อยเรื่องที่เสี้ยเมิ่งเหยายักยอกเงินบริษัทไป”
เฉินเฟิงยิ้มเย็นออกมา นึกไม่ถึงว่าไอ้งั่งเสี้ยห้าวผู้นี้จะยังกล้าออกอุบายกับรถของเขาอีก การมอบให้กับบริษัทไป มันต่างอะไรกับการเอาให้เขาเสี้ยห้าวไปล่ะ
เสี้ยห้าวยังคงพูดกับเฉินเฟิงด้วยเหตุผล ส่วนหวังยุนน่านั้นกลับทนไม่ไหวอีกต่อไป “เสี้ยห้าว ไอ้เศษสวะคนนี้มันมีอะไรให้ต้องพูดดีด้วย จัดการลงมือสั่งสอนมันสิคะ”
สั่งสอนเฉินเฟิง? มุมปากของเสี้ยห้าวแสยะออกมาเล็กน้อย เธอลองไปสั่งสอนมันดูสิ
เมื่อเห็นว่าเสี้ยห้าวยังคงทำเป็นทองไม่รู้ร้อน หวังยุนน่าก็เดือดขึ้นมาจนยั้งอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ทันที พร้อมทั้งพูดต่อว่าออกไป “เสี้ยห้าว ฉันแม่งตาบอดไปแล้วจริงๆ ถึงได้มองไอ้คนขี้ขลาดตาขาวไร้น้ำยาอย่างนาย”
“หยุนน่า เธอฟังฉันพูด…” เสี้ยห้าวพยายามพูดอธิบายคอเป็นเอ็นออกมา แต่กลับถูกหวังยุนน่าพูดขัดออกมาเสียก่อน “ขี้ขลาดก็คือขี้ขลาด อย่ามาหาคำแก้ตัวกับมารดาอยู่เลย มา