รดายังกล้าตบนังแพศยาเสี้ยเมิ่งเหยาคนนี้เลย แต่นายกลับไม่กล้าจัดการกับไอ้เศษสวะอย่างเฉินเฟิงนี้เสียอย่างนั้น นายนี่มันขยะเสียจริง!”
“เธอเคยตบเมิ่งเหยา?” สีหน้าของเฉินเฟิงเยือกเย็นออกมาทันใด เมื่อตอนอยู่ที่ยู่ฉวนซาน เขาเห็นหน้าของเสี้ยเมิ่งเหยาดูผิดแปลกออกไป แต่ในตอนนั้นเขาไม่ได้คิดอะไรมากมาย แต่ตอนนี้พอมาคิดดูแล้ว เกรงว่าเสี้ยเมิ่งเหยาเคยโดนผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ตบมาจริงๆ
“มารดาตบนังแพศยาคนนี้เอง แล้วไง? ไอ้เศษสวะอย่างแกคิดจะแก้แค้นแทนมันรึไง?” หวังยุนน่าเอ่ยหยามออกมา เธอไม่กลัวหรอกว่าเฉินเฟิงจะทำอะไรเธอ เพราะด้านหลังของเธอ ไม่เพียงมีเสี้ยห้าวผู้ชายคนนี้อยู่คนเดียว
“ใช้มือข้างไหนตบ?” จู่ๆน้ำเสียงของเฉินเฟิงนิ่งเรียบลงทันที
คนที่คุ้นเคยกับเฉินเฟิง ทุกคนต่างรู้ดีว่ายิ่งเฉินเฟิงนิ่งเงียบนั้น ก็ยิ่งแสดงว่าเขากำลังโกรธเกรี้ยวอย่างมาก
“แกต้องสนด้วยหรอว่ามารดาใช้มือข้างไหนตบ?” หวังยุนน่าแค่นเสียงเย็นออกมา
เฉินเฟิงยิ้มออกมาเล็กน้อย “ในเมื่อเธอไม่พูด งั้นฉันจะถือเสียว่าเธอใช้ทั้งสองมือตบแล้วกัน”
“แกคิดจะทำอะไร?” หวังยุนน่าเหลือบมองเฉินเฟิงอย่างแวดระวัง รอยยิ้มของเฉินเฟิงทำเอาเธอรู้สึกขนลุกกลัวขึ้นมา
“ไม่ได้ทำอะไร” เฉินเฟิงส่ายหน้าออกไป นิ่งไปสักพัก แล้วเอ่ยออกมาอีกครั้งว่า “ก็แค่ อยากให้บทเรียนเธอสักหน่อย”
“บทเรียน?” หวังยุนน่ายกยิ้มเหยียดออกมา “แกมันก็แค่เศษสวะไร้ค่าคนนึง ยังคิดจะมาให้บท…”
“กร