ชาไว้ แต่เขาหาใช่ทาสไม่ สิทธิ์ตัดสินใจยังมีอยู่ ใครเล่าจะบังคับได้?
เซียนหญิงเฟยเสียเองก็เห็นพ้องเช่นกัน นางเพียงมาถ่ายทอดคำสั่งเท่านั้น
เมื่อภารกิจส่งสารเสร็จสิ้น สีหน้าของนางก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป กลายเป็นเลิศหรูแฝงความเย้ายวน ดวงหน้าขาวผ่องปรากฏเลือดฝาดสีชมพู แววตาหวานหยาดหยด ยามเหลือบมองสะท้อนเสน่หาล้นใจ
“ศิษย์น้อง ช่วงนี้ข้ามีบางเรื่องในค่ายกลที่ยังไม่เข้าใจ ยังต้องขอให้ศิษย์น้องโปรดชี้แนะมากๆ…”
“เช่นนี้ดียิ่งนัก”
ลวี่หยางพลันบังเกิดความกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที……
สามเดือนต่อจากนั้น จังหวะชีวิตของลวี่หยางก็เนิบช้าลง
ทุกวันหากมิใช่สนทนาธรรมกับเซียนหญิงเฟยเสีย ก็ออกไปภายนอกเพื่อตรวจสอบค่ายกลร้อยโครงกระดูกคืนสู่สัจจะ บางคราเมื่ออารมณ์บังเกิด ก็กระทำทั้งสองเรื่องไปพร้อมกันเสียเลย
หากเทียบกับความสงบสุขของเขา ด้านนอกเขาหัวกะโหลกกลับโกลาหลประหนึ่งหม้อเดือด
ไม่เพียงสำนักเสินอู่กับนิกายศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แม้แต่สำนักสาขาย่อยที่อยู่ใต้อำนาจทั้งสองฝ่าย ก็ล้วนเข้ามาเกี่ยวข้องกันหมดสิ้น
แม้กระทั่งเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรที่มีวิชาเทพลึกล้ำ ก็ถูกดึงดูดให้หลั่งไหลเข้ามา
สามฝ่ายเมื่อพบกัน ย่อมกลายเป็นการปะทะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ระหว่างนั้นยังมีซากสถานที่ของวิถีอสูรวิญญาณโบราณถูกขุดพบขึ้นมาหลายแห่ง ยิ่งทำให้ข่าวคราวเรื่องแดนลับอสูรวิญญาณถูกยืนยันหนักแน่นยิ่งขึ้น
และก็ในเวลานี้เอง เซียนหญิงเฟยเ