สียก็นำข่าวมาบอกกับเขา ว่าจ้าวซวี่เหอฉวยเอาชื่อของเขา ออกไปกอบโกยโอกาสอยู่ภายนอกตลาดไม่น้อย
“ไม่คิดเลยว่าชื่อของข้าจะใช้การได้ถึงเพียงนี้…”
ลวี่หยางฟังแล้วก็อดประหลาดใจอยู่บ้าง จ้าวซวี่เหอหลายครั้งแย่งชิงโอกาสจนตกอยู่ในอันตราย แต่ทุกคราวกลับอาศัยเพียงชื่อเสียงของเขา จึงสามารถพลิกสถานการณ์ให้รอดพ้นมาได้
เห็นได้ชัดว่า การตายของโอวหยางฮ่าวเจ๋อ ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยล้วนมีความหวาดหวั่นเกรงใจเขา
แน่นอน ทั้งหมดนี้ก็เพราะจ้าวซวี่เหอเจ้าเล่ห์ เข้าใจจังหวะถอยและรุก จึงยังไม่ล่วงเกินผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง ทำให้สามารถอาศัยบารมีเขามาอำพรางได้
“ศิษย์น้อง เจ้าคิดจะไม่จัดการจริงๆ หรือ?”
เซียนหญิงเฟยเสียใบหน้างามขาวผ่องพลันแฝงไอสังหาร น้ำเสียงแช่มชื่นกลายเป็นเย็นเฉียบ “ชายผู้นี้ฉวยใช้ชื่อของท่าน นำเหตุและผลร้ายมาแทนที่ท่าน ข้าว่า ฆ่าเขาเสียก่อนจะดีกว่า!”
“ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”
ลวี่หยางเพียงส่ายศีรษะเบาๆ เวลานี้จ้าวซวี่เหอแทบไม่กลับเข้าตลาด เอาแต่เพียรค้นหาซากวิถีอสูรวิญญาณโบราณและแดนลับอสูรวิญญาณในเขาหัวกะโหลก
หากตนคิดจะฆ่าเขา ก็ต้องก้าวเท้าออกจากตลาดก่อน
แต่เรื่องเช่นนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร?
“ปล่อยเขาไปเถิด แต่เดิมเขาเคยกู้แต้มคุณูปการจากข้าไว้ ข้าก็เคยบอกแล้วว่าจะยอมให้ใช้ชื่อของข้า เรื่องนี้มิอาจโต้แย้งใดๆ”
เมื่อส่งเซียนหญิงเฟยเสียกลับไป สีหน้าของลวี่หยางก็ค่อยๆ เคร่งขรึมขึ้น
“เหอะ เหอะ!”
“น่าสนใจ