าจะไปดูหน่อย”
“พ่อหนุ่ม นี่ล้อลุงเล่นหรอ?” คนขับรถเริ่มไม่พอใจ “เขตคฤหาสน์ยอดเขาน่ะมันเป็นเขตส่วนบุคคล มีแต่คนที่อยู่บนนั้นเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้”
“รถแท็กซี่อย่างพวกเรา อย่าว่าแต่ขึ้นเขาเลย แค่กลางเขาก็ไปไม่ได้”
“แถมทั้งหมดนั่นก็มีแค่สิบคฤหาสน์ ขายหมดแล้วด้วย นายจะไปดูบ้านตรงไหนกันหะ?”
คนขับรถรู้สึกว่าเฉินเฟิงกำลังทำเรื่องยุ่ง ต่อให้คฤหาสน์บนยอดเขายังขายไม่หมด อย่างเฉินเฟิงเนี่ยนะจะซื้อไหวหรอ?
ราคาคฤหาสน์น่ะตารางเมตรละห้าแสน ไม่ใช่ทั้งหลังห้าแสนนะ! พูดได้ว่า ขายเฉินเฟิงหมดแล้วยังซื้อหนึ่งตารางเมตรไม่ได้เลย
ปฏิกิริยาคนขับรถเป็นตามที่เฉินเฟิงคาดไว้ แต่มาถึงเชิงเขาแล้ว เขาจะเดินขึ้นไปก็ไม่ได้ เลยได้แต่พูดตามจริง
“คุณลุง ที่จริง…เมื่อก่อนผมเคยซื้อคฤหาสน์บนยอดเขาไว้ ครั้งนี้มา คือมาดูคฤหาสน์หลังนั้นครับ” เฉินเฟิงยิ้มเศร้า ตอนแรกเขาคิดจะเซอร์ไพร์สเสี้ยเมิ่งเหยา แต่พอลุงคนขับรถคนนี้มาป่วน คงเซอร์ไพร์สไม่ได้แล้ว
“พ่อหนุ่ม ทำไมไม่บอกว่าเขายู่ฉวนทั้งเขาเป็นของเราเลยล่ะ?” ลุงคนขับรถแค่นยิ้ม เจ้านี่ยังกล้าโม้นะ ยังไม่ต้องพูดถึงราคาบ้านของคฤหาสน์ยอดเขา เอาแค่ฐานะคนที่เข้าไปอยู่ได้ ใครบ้างไม่ใช่คนใหญ่คนโตน่ะ
หลี่จุ้นเฉิงงี้ เสิ่นหงชังงี้…
เป็นคนระดับแนวหน้าของเมืองชางโจวทั้งนั้น เจ้าหนุ่มนี่? เป็นอะไรล่ะ!
เฉินเฟิงไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้ว ลุงคนขับรถพูดตรงเผง ยู่ฉวนซานตอนนี้เป็นของเขาจริงๆ เพราะเขาล