เธอไปให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้หรอก” น้ำเสียงหลินหลันเริ่มอ่อนโยนขึ้นมา
“หวังว่าคุณจะรักษาคำพูด”
เฉินเฟิงไม่แปลกใจกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของหลินหลัน เพราะหลินหลันเป็นนิสัยแบบฉบับของพวกมีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่ ขอแค่คุณให้เงินเธอ คุณจะให้เธอคุกเข่าเรียกคุณว่าพ่อก็ยังได้
“จริงสิ แกยังไม่ได้บอกฉันเลยนะว่าได้เงินมาจากไหน? ไม่ใช่ไปขโมยหรือปล้นใครเขามานะ?” เฉินเฟิงให้เงินง่ายขนาดนี้ หลินหลันอดระแวงขึ้นมาไม่ได้ เกิดเงินนี่มีปัญหา เธอก็ต้องคืนเขาไปหรือไง
“ซื้อล็อตเตอร์รี่ถูกมาน่ะ” เฉินเฟิงพูดเสียงเรียบ เงินหนึ่งล้านแปดแสนนี้เป็นเงินค่าอาหารที่กินข้าวที่คฤหาสน์หัวฉีเมื่อวานซืน คืนนั้นหยางไท่ก็คืนให้เขาเลย
“ล็อตเตอร์รี่?” หลินหลันยังสงสัย เจ้านี่มีโชคหรือไง
เฉินเฟิงไม่คิดอธิบายอีก เขาจูงมือเสี้ยเมิ่งเหยาเดินออกไปเลย
“เฉินเฟิง ขอบคุณนะ” อารมณ์ของเสี้ยเมิ่งเหยายังหดหู่อยู่ ไม่ว่ายังไงหลินหลันก็เป็นแม่แท้ๆของเธอ แต่กลับเปลี่ยนเป็นคนละคนเมื่ออยู่ต่อหน้าเงินทอง เธอรู้ดีว่า เฉินเฟิงเอาเงินหนึ่งล้านแปดแสนนั่น ส่วนหนึ่งเพื่อซื้อหลักประกันให้เธอ อีกส่วนก็เพื่อดูแลหลินหลันด้วย
หลินหลันมีเงินหนึ่งล้านแปดแสนนี่แล้ว อย่างน้อยต่อไปก็ไม่ต้องอดอยากอะไร
“ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่หรอว่า ไม่ต้องขอบคุณผมตลอดชีวิตเลย?” เฉินเฟิงยิ้มๆ รั้งเสี้ยเมิ่งเหยาเข้าอ้อมกอด
“อืม” เสี้ยเมิ่งเหยาหน้าแดง พูดเสียงเบาหย่างกะยุงบิน
“ไ