ษย์ของซูเห้าหรัน แต่เขาไม่กลัวเลยสักนิด
“อย่ารังแกกันมากไปนัก!” จ้าวตงแววตาเย็นเยียบ ความหมายของจางซานเย่าชัดมากคือ อยากให้ลูยวนพูดยอมแพ้ด้วยตัวเอง
แต่ถ้าลูยวนบอกยอมแพ้เอง งั้นชาตินี้เขาคงหมดหวังแล้ว อย่างน้อยในด้านการต่อสู้ อย่าหวังจะได้พัฒนาอีก!
“รังแก?” จางซานเย่าแค่นเสียงเยาะ มองหน้าจ้าวตงพลางว่า: “นายรู้ไหมว่าศิษย์น้องนายหักกระดูกฉันไปกี่ท่อนเมื่อปีที่แล้ว?”
สีหน้าจ้าวตงเปลี่ยนเล็กน้อย ปีที่แล้วลูยวนลงมือหนักเกินไปจริงๆ ไม่แปลกที่จางซานเย่าจะแค้นเขาขนาดนี้
“เรื่องปีที่แล้วเป็นความผิดศิษย์น้องผมเอง..” จ้าวตงยังคิดอยากอธิบาย
จางซานเย่ากลับโบกมือ พูดเสียงเย็น: “เอาล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว ครั้งผมจะปล่อยเขาไปก่อน มาประลองกันต่อเถอะ”
“ประลองต่อ” จ้าวตงสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง หลังจากนี้จางซานเย่าคงกลายเป็นมารในใจของลูยวนแน่ ถ้าเขาไม่สามารถเอาชนะจางซานเย่าได้ ชาตินี้คงต้องใช้ชีวิตโดยมีจางซานเย่าเป็นแผลใจไปตลอดแน่
“พวกนายใครจะขึ้นต่อ?” จางซานเย่ามองคนสถานที่ฝึกวิทยายุทธเห้าหรันด้านล่างเวทีอย่างท้าทาย วันนี้เขาจะเอาชนะพวกมันให้ราบเลย
“ฉัน!”
จ้าวตงสีหน้าเย็นชา แม้แต่ลูยวนยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจางซานเย่า งั้นคนอื่นขึ้นไปก็มีแต่แพ้เปล่าๆ มีเพียงเขาที่อาจพอสู้ไหว
“ศิษย์พี่ เอามันให้หนักแทนผมด้วย!” ลูยวนบอกอย่างเคียดแค้น ตบฉาดนั้นของจางซานเย่าทำให้เขาขายหน้าไม่มีชิ้นดี จนถึงตอนนี้ยังชาอยู่เลย
จ้า