ู้ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำยืนอยู่ ด้านหลังเขามีชายหนุ่มหลากหลายลักษณะยืนอยู่สิบกว่าคน
ผู้ชายวัยกลางคนคือจินลิ่วอาน ชายหนุ่มสิบกว่าคนด้านหลังเขาคือลูกศิษย์เขาทั้งนั้น
สีหน้าจินลิ่วอานไม่มีความรู้สึกอะไรเมื่อเงยหน้ามองป้ายสถานที่ฝึกวิทยายุทธเห้าหรันข้างหน้า แต่เหล่าลูกศิษย์ของเขากลับทำหน้าดูถูก
ตอนนี้เองซูเห้าหรันพาพวกเฝิงหยวนออกมาต้อนรับ
“ยืนดีด้วยพี่ลิ่วอาน ที่บรรลุอ้านจิ้ง! แบบนี้บูโดจินหลิงของเราก็มียอดฝีมือเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว!” คนยังอยู่หน้าประตู ซูเห้าหรันรีบเอ่ยปากยิ้มทันที
“พี่เห้าหรันเกรงใจไปแล้ว ลิ่วอานแค่ระดับธรรมดาเอง ยังไม่ถึงยอดฝีมือหรอก” จินลิ่วอานยิ้มเรียบ ถึงคำพูดจะดูถ่อมตน แต่สีหน้ากลับเย่อหยิ่งอย่างที่สุด
“ฮะๆ พี่ลิ่วอานทำไมต้องถ่อมตัวด้วย ถ้าแม้แต่พี่ยังเป็นคนธรรมดา งั้นโลกนี้คงไม่มียอดฝีมือแล้วล่ะ” ซูเห้าหรันยิ้มเยินยออีกหนึ่งประโยค
“พี่ลิ่วอาน บ้านผมจัดงานเลี้ยงไว้แล้ว ถ้าพี่ไม่รังเกียจ ตามผมไปทานอาหารก่อนเถอะ” ซูเห้าหรันยิ้มพูด
“พี่เห้าหรัน งานเลี้ยงไว้ก่อนเถอะ การประลองของเหล่าลูกศิษย์ต่างหากเล่าที่สำคัญ” จินลิ่วอานโบกมือยั้งไว้ พลางหัวเราะ
“พี่ลิ่วอาน ดูพี่พูดสิ เรื่องอะไรจะสำคัญเท่ากินข้าวกัน? คนเราไม่ใช่เหล็ก ลูกศิษย์พี่กินข้าวไม่อิ่ม ออกแรงไม่เต็มที่ จะประลองกับลูกศิษย์ผมได้ยังไง” ซูเห้าหรันหัวเราะบอก
“ผู้อาวุโสซู ดูจะมั่นใจในลูกศิษย์ตัวเองไปหน่อยไหมครับ?