จะประลองกับพวกเขาต้องให้พวกเราอิ่มท้องก่อน?” ด้านหลังจินลิ่วอาน ชายหนุ่มผิวขาวคนหนึ่งเอ่ยปากแทรก ความหมายว่า ต่อให้พวกเขาหิวไส้กิ่ว ก็เอาชนะลูกศิษย์ของซูเห้าหรันได้
รอยยิ้มบนหน้าซูเห้าหรันแข็งค้าง พวกเฝิงหยวนกำหมัดแน่นอย่างโกรธขึ้ง จะดูถูกกันมากไปไหม?”
“ผู้อาวุโสซู ประลองยุทธกันก่อนเถอะ ใช้แค่สิบนาทีเอง การประลองก็สิ้นสุดแล้ว รอประลองเสร็จ ค่อยไปงานเลี้ยงก็ยังทัน อาหารไม่เย็นก่อนหรอก” มีคนหัวเราะร่าพูดขึ้นมา การเย้ยหยันในครั้งนี้ถึงไม่ได้ชัดเจนเท่าคนก่อนหน้า แต่ยิ่งแทงใจดำ ความหมายคือคนของสถานที่ฝึกวิทยายุทธเห้าหรันแค่สิบนาทีก็จอดแล้ว
จินลิ่วอานได้ยินลูกศิษย์ตนเย้ยหยันอีกฝ่าย แต่เขาไม่ได้ห้ามปรามใดๆ เพราะตอนนี้เขาเป็นจอมยุทธ์อ้านจิ้งแล้ว ซูเห้าหรันเทียบกับเขาแล้วอยู่คนระดับกันเลย เขาไม่จำเป็นต้องเกรงใจซูเห้าหรันอีก