บทที่ 44 จ้าวซวี่เหอผู้สิ้นไร้หนทาง
เขาหัวกะโหลกถ้ำกระดูกขาว นอกตลาด
แสงเร้นร่างหลบอยู่ท่ามกลางพฤกษา ปรากฏเงาคนสามสาย ในจำนวนนี้มีสองคนคืออู๋จื้อชงและตวนมู่หยวน ผู้เคยเข้าจู่โจมตลาดในอดีต แต่ต้องหลบหนีอย่างน่าอดสู
ส่วนอีกคนเป็นชายชราเรือนผมขาวโพลน
“ท่านผู้อาวุโสโอวหยาง…”
อู๋จื้อชงเอ่ยด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง กลัวว่าท่านผู้อาวุโสซึ่งอยู่ในขั้นรวมลมปราณสมบูรณ์เบื้องหน้า จะกระทำการอันไร้เหตุผลใดๆ เพราะเบื้องหน้านั้นคือถิ่นอันตรายยิ่งกว่ารังมังกรหรือถ้ำเสือ
“วางใจเถอะ…ข้าเฒ่ายังรู้ดีว่าเรื่องใดควรเรื่องใดไม่ควร”
โอวหยางเฟิงมีสีหน้าเย็นชา แม้ดวงตาที่มองไปยังเขตตลาดจะเต็มไปด้วยความแค้นลึกล้ำ ทว่าเสียงเอื้อนเอ่ยกลับสงบนิ่ง ไร้คลื่นอารมณ์แม้สักนิด
“เจ้ามารผู้นั้นเป็นจ้าวค่ายกลลำดับเก้า ได้วางค่ายกลทั้งภายในและภายนอกเอาไว้ในเขตตลาด หาใช่คนธรรมดาจะทำลายได้ มิแปลกที่มันจะลอยนวลมาจนถึงบัดนี้ แล้วยังสร้างชื่อเสียงอันเรียกขานว่า ‘จ้าวหออาภรณ์โลหิต’ ขึ้นมาได้”
“แต่ถึงกระนั้นมันก็หาใช่ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นรวมลมปราณสมบูรณ์โดยแท้ ที่สุดแล้วก็เป็นเพียงวิมานในอากาศเท่านั้น”
“แต่ว่า…ท่านผู้อาวุโสโอวหยาง กระจกไท่เซียวก็ตกอยู่ในมือของมันผู้นั้นแล้ว”
อู๋จื้อชงรีบรับคำสนองอย่างเอาใจ จากนั้นก็กระซิบว่า
“กระจกไท่เซียวลี้ลับยากหยั่งถึง หากเจ้ามารนั้นใช้เป็นเกรงว่าจะมิด้อยไปกว่าผู้รวมลมปราณสมบูรณ์…”
“เรื่องนี้ข้าย่