ไหนๆ เฉินเฟิงก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของคฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลง อีกอย่างถ้าไม่ให้หน้าพระสงฆ์ก็ควรจะให้หน้าพระพุทธเจ้าบ้าง ยังไงเขาก็ให้หน้าหยางไท่อยู่แล้ว
“ได้” ตู้จื่อเยว่เบะปากอย่างไม่พอใจ และสายตาจับจ้องไปยังเฉินเฟิง แล้วพูดด้วยความโหดเหี้ยม “ไอ้บ้านนอก นี่ถือว่าแกโชคดีมากๆ ที่มาเจอพี่ชายฉันช่วยไว้ ครั้งหน้าถ้าแกยังกล้ากวนใจกูอีก ต่อให้เป็นใครหน้าไหนก็คงไม่มีทางช่วยแกไว้ได้อีก!”
“ไม่มีครั้งหน้าหรอก” เฉินเฟิงส่ายหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เห็นอกเห็นใจ
“เฉินเฟิง หมายความว่าอะไร?” ตู้จื่อถึงขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ตัวเองใจกว้างขนาดนี้แล้วไม่ได้ไปเรียกร้องอะไรจากเฉินเฟิงที่ตบหน้าน้องสาวของตัวเอง ทำไมฟังจากน้ำเสียงของเฉินเฟิง เขายังจะหาเรื่องน้องสาวตัวเองอีก
เฉินเฟิงไม่ได้ถามกลับตู้จื่อถึง แล้วถามด้วยเสียงนิ่งเฉย “คนของตระกูลตู้ มีทายาททั้งหมดกี่คน?”
ตู้จื่อถึงยิ่งจับต้องไม่ถูก ทว่ากลับอดทนกับความโมโห แล้วตอบกลับ “ตระกูลตู้มีทายาทั้งหมดสามสิบแปดคน คุณชายเฉินมีอะไรหรอ?”
เฉินเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วหันไปมองหยางไท่เพียงพริบตาเดียว จากนั้นก็พูดขึ้น “กลับไปต่อเงิน 38 ล้านให้ตระกูลตู้ด้วย”
หยางไท่รู้สึกเปลือกตากระตุกทันที แล้วจึงพยักหน้าอย่างร้อนใจ ทว่าแผ่นหลังของเขารู้สึกหนาวเย็น แน่นอนว่าเขาต้องเข้าใจ คำพูดนี้ของเฉินเฟิงหมายความว่าอะไร
ทว่าตู้จื่อเยว่กลับไม่เข้าใ