…….” สีหน้าของโจวเซ่าฟึงเต็มไปด้วยความโมโหและน่าสงสาร คนที่ไม่รู้ เกรงว่าจะคิดว่าเรื่องนี้เป็นความจริง
“คุณโกหก!ทั้งๆที่คุณเป็นคนพูดเองว่าจะเลี้ยงดูฉัน” เสี้ยเมิ่งเหยาโมโหจนแทบจะบ้าแล้ว ไม่ว่าอย่างไรเธอก็คิดไม่ถึง โจวเซ่าฟึงจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้
สวีตงเหลียงและพวกหวังเจียเมิงรายล้อมเข้ามา ทว่าไม่มีใครกล้าพูดเข้าข้างเสี้ยเมิ่งเหยา ความเป็นในใจของพวกเขาต่างก็รู้ดี ว่าโจวเซ่าฟึงเป็นฝ่ายมาหาเสี้ยเมิ่งเหยาก่อน ถ้าจะบอกว่ายั่วยวนนั้น ก็ต้องเป็นโจวเซ่าฟึงที่เป็นฝ่ายยั่วยวนเสี้ยเมิ่งเหยา ไม่ใช่เสี้ยเมิ่งเหยายั่วยวนโจวเซ่าฟึง
แต่คำพูดนี้ พวกเขากลับไม่กล้าพูดต่อหน้าตู้จื่อเยว่
“เพี๊ยะ”
ตู้จื่อเยว่หัวเราะในลำคอแล้วง้างมือขึ้น จากนั้นตบลงมาบนใบหน้าสวยๆของเสี้ยเมิ่งเหยา เธอตบจนปากของเสี้ยเมิ่งเหยาแตก มีเลือดไหลออกมา
“ผู้หญิงสารเลว ยังจะกล้าเถียงอีก!ทำไมไม่ส่งกระจกชะโงกดูเงาดูเงาของตนเอง สามีของฉันเนี่ยนะที่จะเลี้ยงดูแก?!”
“ไม่ใช่แบบนี้ ฟังฉันอธิบายก่อน!”เสี้ยเมิ่งเหยาถูกรังแกจนแทบจะร้องไห้แล้ว
แต่ “เพี๊ยะ” เสียงดังขึ้น ตู้จื่อเยว่ตบไปที่หน้าของเสี้ยเมิ่งเหยาอีกครั้งด้วยความโมโห
“อธิบาย? อธิบายอะไร!ตอนนั้นในมหาวิทยาลัย แกมันก็เป็นนางสุนัขจิ้งจอกอ้อร้อ มายั่วยวนสามีของฉัน คิดไม่ถึงว่าผ่านไปสามีแล้ว แกยังคงเป็นนางสุนัขจิ้งจอกอ้อร้อ ยังไม่ตายใจอีก!”
“เพี๊ยะ”
“ดูท่าแล้วเมื่อสามปีก่อน ฉันยังสั่งสอนแกไ