ลง ไม่มีทางที่จะเข้าไปได้” ขณะที่หลี่เสว่พูดคำนี้ เธอก็ปรายตามองเฉินเฟิง คล้ายว่าจงใจพูดให้เขาฟัง
“จริงด้วย พี่เหลียง พี่คงเป็นสมาชิกในคฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลงใช่ไหมคะ?” จู่ๆหลี่เสว่ก็ถามขึ้น โดยมีความประจบประแจงแอบแฝง
สวีตงเหลียงพยักหน้า พูดอย่างได้ใจ:“ผมเป็นสมาชิกระดับทองของคฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลง”
“สมาชิกระดับทอง?” หลี่เสว่เอามือมาปิดปากด้วยความตกใจ จากนั้นพูดขึ้น:“พี่เหลียง สมาชิกระดับทองต้องจ่ายค่าสมาชิกปีล้ะห้าแสนหยวนเลยใช่ไหมคะ?”
สวีตงเหลียงยังคงพยักหน้าต่อ สีหน้าของเขาได้ใจมากกว่าเดิม:“ใช่ ต้องจ่ายปีล้ะห้าแสนหยวน หากรวมเงินที่ใช้ในการมาเที่ยวเล่นในคฤหาสน์ด้วยแล้วนั้น ไม่เพียงแค่ห้าแสนหยวน”
“พี่เหลียง เมื่อไหร่พวกเราถึงจะรวยเหมือนพี่บ้าง” หลี่เสว่พูดด้วยความอิจฉา ตอนนี้เธอเป็นดีไซน์เนอร์ในบริษัทเล็กๆบริษัทหนึ่ง ทำงานทั้งปีแทบเป็นแทบตาย ก็ได้เงินประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวนต่อไป ทว่าสวีตงเหลียงทำแค่บัตรสมาชิก แค่ค่าบัตรสมาชิกก็แปลหนึ่งห้าแสนหยวนแล้ว ความแตกต่างระหว่างคนกับคนนั้น ทำไมมันถึงมากขนาดนี้
สวีตงเหลียงกระแอมไอสองครั้ง แล้วพูดขึ้น:“หลี่เสว่ เธอต้องมองให้ไกลหน่อย ตอนนี้ฉันเป็นแค่สมาชิกระดับทองของคฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลง เธอก็รู้สึกว่าฉันรวยแล้ว ถ้าหากว่าพรุ่งนี้ฉันกลายเป็นสมาชิกระดับทองคำขาวของคฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลง เธอคงเห็นว่าฉันเป็นคนที่รวยที่สุดไปแล้ว”
คำพูดของสวีตงเหลียง