งนั้นของเธอ ก็มีรอยเปียกเล็กน้อย
“ไม่พูดมาก พี่เยว่รอพวกเราอยู่ ทุกคนรีบไปกันเถอะ” สวีตงเหลียงลดมือที่จับสะโพกของหวังเจียเมิงลง จากนั้นพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“อืมๆ” ทุกคนรีบพยักหน้า จากนั้นคนกลุ่มหนึ่งก็ทยอยออกจากคฤหาสน์หัวฉี
“ท่านชิง คนทางนั้น คล้ายว่าจะเป็นคนที่มีเรื่องกับคุณที่คฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลงในครั้งนั้น?” ขณะที่พวกเฉินเฟิงเดินออกไปจากประตูใหญ่ของคฤหาสน์หัวฉี ก็มีใครบางคนจับเฉินเฟิงได้
“คนที่มีเรื่องกับฉัน?” หยางชิงนิ่งค้างไปพักหนึ่ง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาก:“คนที่นายพูดถึงคือคุณชายเฉิน?”
“คุณชายเฉิน?” เห็นได้ชัดว่าลูกน้องของหยางชิงไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นต่อจากนั้น เขาแปลกใจเล็กน้อยที่หยางชิงเรียกฝ่ายนั้นแบบนั้น
หยางชิงเองก็ไม่ได้อธิบาย เขารีบมองไปตามทางที่ลูกน้องมองไป กลับพบว่า คนกลุ่มนั้นที่พึ่งเดินออกไป ได้แยกย้ายกันขึ้นรถแล้ว ไม่เห็นเงาของเฉินเฟิง
เห็นหยางชิงคล้ายว่าเป็นกังวลอย่างมาก ลูกน้องคนนั้นจึงพูดขึ้นอีก:“ท่านชิง คุณชายเฉินที่คุณพูดถึงนั้น คล้ายว่าเมื่อกี้มากินข้าวที่คฤหาสน์หัวฉีของพวกเราครับ คุณสามารถดูกล้องวงจรปิดได้ เพื่อเช็คดูว่าใช่หรือไม่ใช่”
“ไปกันเถอะ!”หยางชิงผายมือขึ้น แล้วรีบเดินเข้าประตู ถ้าหากว่าเฉินเฟิงมากินข้าวที่คฤหาสน์หัวฉีจริงๆ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เกินความคาดหมาย เพราะถึงอย่างไรคฤหาสน์หัวฉีเป็นถิ่นของเขา เขาไม่ได้ออกหน้าเชิญมา มันยากที่จะรับประก