ต่อเถียงกับคนอย่างหลี่เสว่ต่อ คงไม่จบสิ้นแน่นอน
พวกผู้ชายต่างพากันสีหน้าถอดสี เดินไปประกบข้างเฉินเฟิง สิ่งที่หลี่เสว่พูดมาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล เงินมากถึงหนึ่งล้านแปดแสน ถ้าเฉินเฟิงหนีไปจริงๆ สวีตงเหลียงคงออกให้ทั้งหมดไม่ได้ อย่างมากคงออกให้ไม่กี่แสน ส่วนเงินที่เหลือคงต้องหารเท่า ให้พวกเขาจ่าย อย่างน้อยแต่ละคนคงต้องช่วยออกสามถึงสี่หมื่น
สามสี่หมื่น ถือเป็นเงินเดือนครึ่งปีของคนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ หากจะจ่ายออกไปเพียงเพราะเป็นค่าอาหารหนึ่งมื้อ พวกเขาคงเจ็บใจแย่
เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาจึงล้อมเฉินเฟิงไว้ตรงเคาน์เตอร์ชำระเงิน หลิวโป๋อยู่ตรงนั้นพอดี แต่หลิวโป๋ในตอนนี้กลับทำสีหน้าท่าทางไม่พอใจพวกเขาอย่างมาก โดยเฉพาะสวีตงเหลียง ที่ทำให้เขารู้สึกแย่ที่สุด
“จ่ายเงินได้แล้ว ฉันรอเรียกนายว่าพ่ออยู่เนี่ย” หลี่เสว่ใช้สองมือกอดอก มองเฉินเฟิงด้วยสายตาที่เยือกเย็น
หวังเจียเมิงกลับควงแขนสวีตงเหลียงไว้ รอหัวเราะเยาะเฉินเฟิง หล่อนรู้ว่าเฉินเฟิงเป็นยังไง เป็นแค่คนส่งของ หากจะนำเงินเก็บหลายปีของเขามารวมกัน ก็คงมีไม่มาก ให้ออกเงินหนึ่งพันแปดร้อยหยวน ยังพอเป็นไปได้ แต่หากจะให้ออกเงินหนึ่งล้านแปดแสนหยวน คือฝันกลางวันแน่นอน!
เฉินเฟิงยิ้ม หยิบบัตรธนาคารออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นให้แคชเชียร์
เมื่อเห็นว่าเฉินเฟิงมีท่าทางมั่นใจ หลี่เสว่จึงขมวดคิ้วขึ้น หรือไอ้หมอนี่มีเงินมากขนาดนั้นจริงๆ?
“บัตรของนายมีเงินหนึ่งล