ลงไปบนแผลนั้นจนแสบ
สวีตงเหลียงหน้าถอดสีไปทันที
“เรียกทำบ้าอะไร นายเห็นฉันเป็นอะไรแล้วงั้นรึ” สวีตงเหลียงด่าทอซุนเลี่ยงด้วยความเคืองแค้น
ซุนเลี่ยงหลุดขำ : “พี่เหลียง ฉันแค่ล้อเล่น ล้อเล่นเท่านั้น”
“ในเมื่อนายไม่เป็นอะไร งั้นเรามาดื่มกันต่อไหม” ทันใดนั้นเฉินเฟิงก็พูดขึ้น
สวีตงเหลียงตัวเกร็งไปทันที ดื่มต่อ? เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว?
“เฉินเฟิง ทำไมนายไม่รู้จักให้เกียรติกันบ้าง? เมื่อกี้พี่เหลียงแค่อยากทดสอบดูว่านายดื่มเป็นยังไง จึงดื่มเป็นเพื่อน ไม่อย่างนั้น นายที่เป็นแค่พนักงานส่งของ จะมีสิทธิ์อะไรมานั่งดื่มร่วมโต๊ะกับพี่เหลียงล่ะ” หวังเจียเมิงมองเฉินเฟิงด้วยสายตาเยือกเย็น แม้ว่าสวีตงเหลียงจะแข่งแพ้แล้ว แต่หล่อนคิดว่าไม่มีอะไร เฉินเฟิงดื่มเก่งแค่ไหน ก็เป็นแค่พนักงานส่งของ แต่สวีตงเหลียงกลับไม่เหมือนกัน แม้ว่าเขาดื่มไม่ได้ ก็ไม่ได้กระทบกับความจริงที่เขาเป็นเจ้าของกิจการใหญ่
“นั่นสิ บางคนยังไม่รู้จักเจียมตัวเอง พี่เหลียงเป็นถึงเถ้าแก่ที่มีหาเงินได้เป็นสิบล้านในปีเดียว แต่ใครบางคนกลับเป็นแค่พนักงานส่งของ เงินเดือนหนึ่งปียังไม่เท่ากับเงินที่พี่เหลียงหาได้หนึ่งวันเลย แค่ดื่มเหล้าแค่นี้ก็ดีใจแล้ว” หลี่เสว่พูดด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
หวังเจียเมิงกับหลี่เสว่พูดดูถูกเฉินเฟิงสลับกันไปมา เพื่อช่วยแก้เขินให้สวีตงเหลียง สีหน้าของสวีตงเหลียงก็ผ่อนคลายลง แต่เขากลับเกลียดเฉินเฟิงฝังใจไปแล้ว ไม่ว่าจะ