ด้อยู่แล้ว”
คำพูดของสวีตงเหลียงแฝงไปด้วยความโอ้อวด ราวกับว่าเงินสามสี่หมื่นเปรียบเหมือนเงินสามสี่หยวน
หลังจากพูดจบ เขายังเหลือบมองเฉินเฟิงอีกครั้ง เพื่ออยากเห็นท่าทีตกใจของเขา
แต่เฉินเฟิงกลับมีสีหน้านิ่งเรียบ เงินสามสี่หมื่น สำหรับสวีตงเหลียงแล้ว อาจจะมีค่าพอๆกับสามสี่หยวน แต่สำหรับตัวเขา กลับเหมือนสามสี่สตางค์มากกว่า เพราะในบัตรเดบิตของเขา มีเงินเก็บอยู่พันล้าน
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดมากกันแล้ว ทุกคนรีบไปกันเถอะ ฉันเห็นหลายคนขับรถมา พวกเราก็ไปพร้อมกันเลย คันนึงสี่ห้าคน ขับไปพร้อมกัน ไม่ต้องโบกรถแท็กซี่แล้ว” สวีตงเหลียงยิ้มและพูดขึ้น
“เมิ่งเหยา เธอมานั่งรถฉันเถอะ” หลังจากพูดจบ สวีตงเหลียงยิ้มและมองไปที่เสี้ยเมิ่งเหยา
เสี้ยเมิ่งเหยาส่ายหน้า พูดขึ้น : “ไม่เป็นไร ฉันกับสามีนั่งแท็กซี่ไป”
สวีตงเหลียงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ตัวเองพูดถึงขนาดนี้แล้ว เสี้ยเมิ่งเหยายังไม่ไว้หน้าเขาอีก
เมื่อหลี่เสว่เห็นว่าสีหน้าของสวีตงเหลียงผิดปกติไป จึงรีบลุกขึ้นพูดอบรม : “เมิ่งเหยา ตอนกลางคืนนั่งแท็กซี่รถติดมากนะ อีกอย่าง ถ้าเธอไม่ไปพร้อมพวกเรา ถ้าพวกเราถึงก่อน พวกเธอยังไม่ถึง จะให้พวกเรารอเธองั้นเหรอ?”
“นั่นสิ เมิ่งเหยา เธอนั่งรถพี่เหลียงไปเถอะ รถของพี่เหลียงเป็นถึงรถแลนด์โรเวอร์เชียวนะ เธอคงไม่เคยนั่งรถแบบนี้มาก่อนแน่นอน วันนี้จะได้สัมผัสลองนั่งดูไงล่ะ”
พวกผู้หญิงที่สนิทกับสวีตงเหลียงต่างพากันลุกขึ้นเดินออกม