า พวกหล่อนมองออกว่าสวีตงเหลียงยังรู้สึกดีต่อเสี้ยเมิ่งเหยา จึงออกตัวพูดแทนเขา เมื่อถึงตอนนั้นสวีตงเหลียงจะได้ดูแลพวกหล่อนดีๆ
เสี้ยเมิ่งเหยาเผยอปากขึ้น แต่ไม่รู้จะพูดอะไร ช่วงนี้คนขับรถเฉียวเสี่ยวโย่วคอยขับรถโรลส์รอยซ์รับส่งหล่อนตลอด รถแลนด์โลเวอร์จะไปเทียบอะไรได้?
“งั้นก็ได้ ฉันกับสามีนั่งรถของสวีตงเหลียงไป” เสี้ยเมิ่งเหยาพูดด้วยท่าทีจนปัญญา
“ให้สามีของเธอไปนั่งรถคันอื่นเถอะ รถคันนี้ไม่มีที่นั่งแล้ว ฉันกับเจียเมิง และเสี่ยวเชี่ยน สามคน รวมเธอ สี่คนพอดี มีอีกคนหนึ่งก็น้ำหนักเกิน” หลี่เสว่พูดพลางหัวเราะ สวีตงเหลียงคิดอะไรอยู่ พวกหล่อนเข้าใจดี ถ้าเฉินเฟิงนั่งรถของเขาด้วย เขาจะใกล้ชิดเสี้ยเมิ่งเหยาได้อย่างไร
“หลี่เสว่พูดถูก ให้สามีของเธอไปนั่งรถคันอื่นเถอะ วันนี้มีเพื่อนขับรถมาเยอะแยะ นั่งคันไหนก็ได้” พูดพลาง สวีตงเหลียงมองไปที่ชายหนุ่มสวมชุดลายดอก ถามขึ้น “ซุนเลี่ยง รถของนายยังมีที่นั่งอีกไหม?”
“มีๆๆ! พี่เหลียง ให้พี่ชายคนนี้มานั่งรถผมได้เลย” ซุนเลี่ยงพูดอย่างสบายใจ สมัยเรียนเขาเป็นผู้ติดตามของสวีตงเหลียง ตอนนี้กลายเป็นคนสนิทรู้ใจของสวีตงเหลียง ขอแค่เขาสบตามอง ก็สามารถรับรู้ได้ว่าสวีตงเหลียงกำลังคิดอะไรอยู่
“เป็นยังไง เมิ่งเหยา?” สวีตงเหลียงยิ้มและหรี่ตาลงถามหล่อน
เสี้ยเมิ่งเหยารู้สึกลำบากใจพลางเหลือบมองเฉินเฟิง หล่อนกลัวว่าเฉินเฟิงจะคิดมาก
เฉินเฟิงกลับยิ้ม พูดขึ้น “อื้ม เธอไปนั่งรถเข