าเถอะ ฉันนั่งคันไหนก็ได้”
“งั้นก็ได้ค่ะ”
“เมิ่งเหยารีบขึ้นรถเถอะ พวกเราไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว ฉันมีเรื่องมากมายอยากคุยกับเธอน่ะ” หลี่เสว่พูดด้วยความกระตือรือร้น
จากนั้นรีบดึงเสี้ยเมิ่งเหยาเข้ามานั่งในรถแลนด์โรลเวอร์
“เป็นไงบ้างเมิ่งเหยา” สวีตงเหลียงยิ้มและถามขึ้น
สวีตงเหลียงขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย ก่อนเข้าไปในรถ สวีตงเหลียงยังส่งสายตาขู่เฉินเฟิง จากนั้นขยิบตาให้ซุนเลี่ยง เขาพยักหน้าลง บ่งบอกว่าเข้าใจ
“ทุกคนขึ้นรถเถอะ ตามพี่เหลียงไป” ซุนเลี่ยงยิ้มและกวาดมองทุกคน
เฉินเฟิงไม่ได้คิดอะไรมาก เดินตามซุนเลี่ยงขึ้นรถไป
แต่ใครจะไปคาดคิดว่า ซุนเลี่ยงกลับยื่นมือออกมากันเฉินเฟิงไว้ ยิ้มและพูดกับเขา : “นายจะทำอะไร?”
เฉินเฟิงขมวดคิ้ว พูดขึ้น : “ขึ้นรถไง”
“ขึ้นรถ?” ซุนเลี่ยงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ : “ขอโทษครับ รถคันนี้เต็มแล้ว นายโบกรถไปเองแล้วกัน”
เฉินเฟิงยิ้มกลับ กล้าเล่นแง่กับเขางั้นเหรอ?
“นายไม่ใช่คนส่งของรึไง? รถมอเตอร์ไซค์ส่งของล่ะ? ทำไมไม่ขี่มาด้วย?” ชายหนุ่มคนสนิทของซุนเลี่ยงหัวเราะพูดขึ้น
“เสียแล้ว” เฉินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ