บทที่ 41 ศึกยืดเยื้อ
“เจ้ามารร้าย เจ้าคิดจริงหรือว่าพึ่งพาค่ายกลชั้นเจ็ดเพียงหนึ่งเดียวแล้วจะอวดเบ่งได้ไร้ยางอาย?”
โอวหยางฮ่าวเจ๋อยืนอยู่หลังม่านแสงของค่ายกล แค่นเสียงเย็นเฉียบกล่าวพลางจ้องลวี่หยาง “ค่ายกลในที่สุดก็เป็นสิ่งไร้ชีวิต สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรเช่นพวกเรา ระดับขอบเขตจึงสำคัญที่สุด!”
“เอาเข้าจริง ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าต้องประลองให้รู้ดำรู้แดงเท่านั้น!”
ในใจของลวี่หยางพลันแว่วเสียงเตือนภัย ทว่าบนใบหน้ายังนิ่งเฉยไร้คลื่นอารมณ์ “หากสหายเต๋ามีความมั่นใจ เช่นนั้นก็เชิญเข้าสู่ค่ายกลประลองดูเถิด หากไม่กล้า ก็จงถอยกลับไปแต่โดยดี”
“หาที่ตาย!”
โอวหยางฮ่าวเจ๋อยิ้มเย็นเยียบ ครู่หนึ่งกลับย่างเท้าก้าวตรงเข้ามาอีกหนึ่งก้าว แล้วเปล่งลมหายใจออก ก่อนจะเปล่งเสียงคำรามออกจากลำคอ ดั่งเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นทะลุออกมาจากภายในคอหอย!
นี่คือหนึ่งในวิชาเทพชั้นสูงของสำนักเสินอู่นามว่า“เสียงเทพพันลี้ทลายห้วงมิติ”ใช้วิธีลับกลืนลมปราณสวรรค์พิภพทั้งสี่ทิศ ร่วมกับการเสริมพลังของปราณแท้ชั้นสามประจำสำนักเสินอู่นามว่า“ปราณแท้จริงเทพยุทธ์”ก่อนจะเปล่งเสียงตะโกนออกเพียงครั้งเดียว คลื่นเสียงปะทุผ่านไปไม่ว่าจะศัตรูหรือมิตรในรัศมีพันลี้ล้วนถูกบดขยี้เป็นผุยผง!
ฉับพลันนั้น คลื่นเสียงอันเกรี้ยวกราดก็ทะลวงเข้าสู่ค่ายกล!
พลันเห็นลวดลายค่ายกลหลายสายแตกสลายออก เผยให้เห็นโครงกระดูกนักรบที่มีรูปโฉมแตกต่างกันจำนวนมากปรากฏขึ้น ค่ายกล