ไม่หวั่นไหว ความโกลาหลภายในตลาดจึงพลันคลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่า ทุกผู้คนต่างรู้ดีว่า ทั้งหมดนี้…เป็นเพียงความสงบชั่วคราวเท่านั้น
ผลแพ้ชนะระหว่างลวี่หยางกับโอวหยางฮ่าวเจ๋อ ต่างหาก…คือฟางเส้นสุดท้ายที่จะทำให้หลังอูฐหักพัง
ด้วยเหตุนี้ เซียนหญิงเฟยเสียจึงทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับลวี่หยาง
เชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถรังสรรค์ปาฏิหาริย์ได้อีกครา
“นี่มัน…สมบัติวิญญาณกระนั้นหรือ?”
ลวี่หยางจ้องมองกระจกกลมที่ลอยอยู่กลางฟ้า สีหน้ากลับเปลี่ยนไปโดยพลัน “ยังเป็นสมบัติวิญญาณธาตุหยางเข้มข้นซึ่งสามารถข่มพลังไอหยินพิภพได้โดยเฉพาะ! ใช้สยบ ‘ค่ายกลร้อยโครงกระดูกคืนสู่สัจจะ’ โดยเฉพาะงั้นรึ?!”
โอวหยางฮ่าวเจ๋อหัวเราะลั่นกลางเวหา สีหน้าเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ
“ค่ายกลร้อยโครงกระดูกคืนสู่สัจจะนั้นตั้งมั่นอยู่บนเขากะโหลกมานานหลายปี สำนักเสินอู่ของข้ากล้าลงมือวางแผน คิดหรือว่าจะไม่มีวิธีรับมือไว้ก่อน?”
“ด้วย ‘กระจกไท่เซียว’ อยู่ในมือ วันนี้เจ้าหนีตายไม่พ้นแน่!”
สมบัติวิญญาณชิ้นนี้มิใช่ของเขา แต่เป็นของเจินเหรินขั้นวางรากฐานแห่งสำนักเสินอู่ที่หลอมขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อใช้สยบค่ายกลร้อยโครงกระดูกคืนสู่สัจจะโดยตรง พลังอำนาจ…ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยให้มากความ
กลางเวหาเหนือตลาด สีหน้าของลวี่หยางอัปลักษณ์ กล่าวคำใดไม่ออก ก็หันหลังหลบหนีโดยไม่ลังเล
“หึ! คิดจะหนีงั้นหรือ?”
โอวหยางฮ่าวเจ๋อไม่รีรอแม้แต่น้อย กระโจนขึ้นกลางเวหาใ