จนมาถึงปัจจุบัน เห็นสภาพน่าสังเวชของเสี้ยเมิ่งเหยาเช่นนี้ หวังเจียเมิงยิ่งรู้สึกอิจฉาไม่ลง จนรู้สึกเห็นอกเห็นใจ เกิดมาสวยแต่จะมีประโยชน์อะไร ชีวิตไม่ดีก็ไร้ประโยชน์
พูดได้แค่ว่าจิตใจของผู้หญิงซับซ้อนเกินไป หากเสี้ยเมิ่งเหยารู้เข้า เพียงเพราะคำพูดคำเดียวของเธอ ก็ทำให้หวังเจียเมิงคิดมากได้ขนาดนี้ เกรงว่าจะทำให้ตกตะลึงจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว
“ใช่แล้ว เสี้ยเมิ่งเหยา เธอบอกว่าแผลบนใบหน้าของเธอ สามีไม่ได้เป็นคนทำ แต่ผู้หญิงคนหนึ่งทำ แล้วทำไมนางต้องตบเธอด้วยล่ะ?” หวังเจียเมิงพูดอย่างสงสัย นิสัยของเสี้ยเมิ่งเหยาเป็นพวกชนิดที่ว่าอ่อนโยนและเงียบขรึม ปกติแล้วจะไม่เริ่มหาเรื่องใครก่อน ทำไมวันนี้ถึงโดนตบได้ล่ะ
เสี้ยเมิ่งเหยาเล่าเรื่องอีกครั้งในร้านค้า แต่
หลังจากฟังจบหวังเจียเมิงก็อดโมโหไม่ไหว พูดอย่างไม่แยแสว่า “ยัยกะหรี่คนนี้ ทำไมถึงหยิ่งยโสได้ขนาดนี้?”
เสี้ยเมิ่งเหยาส่ายหัวและฝืนยิ้ม เหตุผลที่หยานชุนเหมยหยิ่งขนาดนี้ ต้องมีอาศัยอิทธิพลของคนอื่นอย่างแน่นอน และคนหนุนหลังเขาก็คือฉินหู่แต่คราวนี้ เห็นเฉินเฟิงโกรธแบบนี้ เกรงว่า ต่อให้มีฉินหู่10 คนก็เอาไม่อยู่แน่
“แกว่า สามีของแกอยู่จัดการยัยกะหรี่นั่นเหรอ แกไม่ถามเขาเหรอว่าเขาจัดการมันยังไง? ไม่ใช่ว่าพอแกเดินไป สามีของแกก็ปล่อยยัยกะหรี่คนนั้นไปแล้ว”หวังเจียเมิงถาม เธอไม่ได้โง่ ถ้าสิ่งที่เสี้ยเมิ่งเหยาพูดเรื่องความจริงละก็ งั้นก็เห็นได้ชัดว่าคนที่ตบเ