สี้ยเมิ่งเหยา ต้องมีคนหนุนหลังแน่นอน
อีกอย่างสามีของเสี้ยเมิ่งเหยา เป็นแค่คนส่งอาหารคนหนึ่งเท่านั้น จะเผชิญหน้ากับคนหนุนหลังของยัยผู้หญิงคนนั้น อย่าพูดว่าเขาจะจัดการได้เลย ไม่โดนฝั่งนู้นจัดการก็บุญเท่าไหร่แล้ว ร้ายแรงกว่านั้นอีกหน่อยหวังเจียเมิงคิดว่า หลังจากที่เสี้ยเมิ่งเหยาเดินจากไป เฉินเฟิงกลัว อาจจะยอมรับผิดและขอโทษผู้หญิงคนนั้นไป
เสี้ยเมิ่งเหยาส่ายหัวและพูดว่า “ไม่หรอก ฉันเชื่อใจสามีของฉัน”
หวังเจียเมิงแบะปาก เชื่อกับผีดิ เห็นๆอยู่ว่าสามีเธอน่ะขี้ขลาด คิดยอมแพ้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องให้เธออยู่ด้วยสิ ให้เห็นกับตาว่าเขาสั่งสอนยัยกะหรี่คนนั้น
แต่หวังเจียเมิงก็ได้แต่เก็บคำพูดพวกนี้ไว้ในใจเท่านั้น พูดออกมาไม่ได้ ถ้าพูดออกมา เห็นได้ชัดว่าจะทำให้เสี้ยเมิ่งเหยาเสียหน้าแน่ และจะทำให้เสี้ยเมิ่งเหยาไม่สบายใจ
ตอนนี้ เฉินเฟิงเข้ามาแล้ว
เห็นเสี้ยเมิ่งเหยาดูสงบสุขดี จนในที่สุดเฉินเฟิงถอนหายใจอย่างโล่งใจ
“ที่รัก กลับมาแล้วเหรอ” เสี้ยเมิ่งเหยายกมุมปากขึ้น มองดูเฉินเฟิง ภายนอกของเธอดูนิ่งๆ แต่ภายในใจของเธอยุ่งเหยิง
“อืม รู้สึกเป็นยังไงบ้าง?” เฉินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ไม่เป็นอะไรแล้ว” เสี้ยเมิ่งเหยาส่ายหัวและกล่าว
“นายคือสามีของเมิ่งเหยาเหรอ?”หวังเจียเมิงอดไม่ได้ที่จะพูด เธอเริ่มดูท่าทีเฉินเฟิง ตั้งแต่เฉินเฟิงเข้ามา มองดูตอนนี้ ก็ธรรมดาอย่างที่คิด แล้วก็ไม่รู้ว่าเสี้ยเมิ่งเหยาชอบตรงไหนของเขา