ยๆ
“สามีของแกเป็นแค่คนส่งอาหารไม่ใช่เหรอ?” หวังเจียเมิงยิ่งสงสัย แค่คนส่งอาหารคนหนึ่ง จะจัดการเรื่องอะไรได้
“เขา….” เสี้ยเมิ่งเหยาอยากจะบอกว่าตอนนี้เขาไม่ได้เป็นคนส่งอาหารอีกต่อไปแล้ว แต่พอมาคิดว่าตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าเฉินเฟิงทำอะไรอยู่ จึงหยุดพูดไว้แค่นั้น
ดูเหมือนว่าเสี้ยเมิ่งเหยารู้สึกลำบากใจนิดหน่อย หวังเจียเมิงรีบพูดออกไป “เมิ่งเหยา ฉันก็พูดไปอย่างนั้น อย่าเอาไปใส่ใจเลย ฉันไม่ได้หมายความว่าจะดูถูกสามีของแกนะ”
เสี้ยเมิ่งเหยาฝืนยิ้ม อธิบายก็เท่ากับการปกปิด หวังเจียเมิงพูดเช่นนี้ ความหมายที่ดูถูกเฉินเฟิงก็ยิ่งเห็นได้ชัด แต่เสี้ยเมิ่งเหยาก็พูดอะไรไม่ได้ เธออยากจะบอกว่าเฉินเฟิงไม่ธรรมดา แม้แต่หวังเจียเมิงก็อาจจะไม่เชื่อ จริงๆแล้วเธอรู้ดี บรรดาเพื่อนร่วมชั้นผู้หญิงทั้งหลาย เพื่อนๆ ล้วนแล้วก็เต็มใจเชื่อมั่นว่าเฉินเฟิงเป็นเด็กส่งอาหาร
“ไม่เป็นไร ฉันคิดว่าสามีของฉันเป็นเด็กส่งอาหาร ก็ดีนะ” เสี้ยเมิ่งเหยาพูดอย่างยิ้มๆ นี่เป็นความคิดที่แท้จริงของเธอ บางครั้ง ที่จริงเธอก็ยิ่งหวังว่าเฉินเฟิงจะเป็นคนส่งอาหารจริงๆ แม้ว่าในหนึ่งเดือนจะได้ค่าแรงเพียงแค่ 5-6 พันหยวน อย่างนั้นเธอก็ชอบ เพราะเฉินเฟิงที่เป็นแบบนั้น จะได้ใช้ชีวิตกับเธออย่างราบรื่นและสงบสุขไปชั่วชีวิต
แตกต่างจากตอนนี้ แม้ว่าตัวตนของเฉินเฟิงไม่ธรรมดา แต่วิกฤตต่างๆมากมายก็มาพร้อมกัน เสี้ยเมิ่งเหยากลัวว่าสักวัน ตัวเธอเองจะไม่สามารถรับมือ