บทที่ 40 ประลองค่ายกลกับศิษย์สายตรง
“ค่ายกล เปิด!
เหนือฟากฟ้าของตลาดเขาหัวกะโหลก ค่ายกลร้อยโครงกระดูกคืนสู่สัจจะที่กลับมาสมบูรณ์ก็โคจรทำงานอย่างกึกก้อง ทันใดนั้นก็ทำให้อู๋จื้อชงกับตวนมู่หยวนต้องตกตะลึงถอยห่างออกไป
ลู่หยวนฉุนฉวยโอกาสนี้ แปรกายเป็นแสงโลหิตพุ่งทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็ว
อักขระค่ายกลนอกเขตพลันแยกตัวออกเปิดทางให้ลู่หยวนฉุนลอดผ่านไปได้อย่างราบรื่น แล้วกลับคืนสู่สภาพเดิมทันที ความรวดเร็วของการเคลื่อนไหวไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใดอาศัยช่องว่างนั้นได้แม้แต่น้อย
“ขอบคุณสหายลวี่ที่ช่วยเหลือ…”
เมื่อพุ่งเข้าไปในค่ายกล แสงโลหิตก็พลันสลาย เผยให้เห็นสภาพอันย่ำแย่ของลู่หยวนฉุน ใบหน้าซีดเผือดของเขายังฉายแววตกตะลึงและคลางแคลงอย่างชัดเจน
“สหายลวี่ถึงกับเป็นจ้าวค่ายกลงั้นหรือ?”
หากมิใช่จ้าวค่ายกล แล้วเหตุใดจึงสามารถฟื้นฟูค่ายกลได้อย่างสมบูรณ์ พลิกสถานการณ์ที่ควรต้องตายให้กลายเป็นอยู่รอด
“ทำให้ศิษย์พี่ต้องหัวร่อแล้ว ที่จริงก็แค่ชั้นเก้าเท่านั้น” ลวี่หยางแย้มยิ้มบาง ๆ “เพียงเฝ้าขบคิดอยู่หลายวัน จึงสามารถบังคับใช้พลังของค่ายกลนี้ออกมาได้บ้าง”
ลวี่หยางกล่าวออกมาเรียบง่าย ทว่าลู่หยวนฉุนกลับมีสีหน้าเคร่งขรึมยิ่งนัก
ในร้อยศาสตร์แห่งการบำเพ็ญเพียร วิถีแห่งค่ายกลนับเป็นอันดับหนึ่ง!
ระดับรวมลมปราณขั้นปลายธรรมดาหนึ่งคน กับระดับรวมลมปราณขั้นปลายซึ่งเป็นจ้าวค่ายกลด้วย ค่าความสำคัญของทั้งสองนั้นไม่อาจเทียบกั