นได้เลย แม้ฝ่ายหลังยังไม่ถึงขั้นวางรากฐาน แต่กลับสามารถเทียบชั้นได้กับผู้ที่รวมลมปราณสมบูรณ์!
“ว่าแต่…ศิษย์พี่ลู่ครานี้เก็บเกี่ยวไม่น้อยเลยกระมัง”
ลวี่หยางมองลู่หยวนฉุนด้วยแววตาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ทว่าใต้สายตานั้น สีหน้าของลู่หยวนฉุนก็ค่อย ๆ แข็งทื่อไป เหงื่อเย็นพลันไหลซึมออกมา
หากแต่ในวินาทีถัดมา เขากลับกลับคืนสู่ความสงบนิ่งดังเดิม
“สหายลวี่ ข้าเก็บรักษา ‘หยกวิเศษเสวียนพิ่นไท่อิน’ ไว้ให้ท่านมานาน วันนี้ก็ถึงเวลาส่งคืนเจ้าของเดิมแล้ว!”
กล่าวจบ ลู่หยวนฉุนก็นำกล่องเล็กใบหนึ่งออกมา เปิดฝาขึ้น ภายในกล่องนั้นปรากฏหยกสีขาวชิ้นหนึ่งอย่างชัดเจน มีเจ็ดทวาร รูปร่างคล้ายมนุษย์
สำนวนกล่าวไว้ว่าผู้รู้จักสถานการณ์คือยอดคน
ลู่หยวนฉุนเองก็เป็นศิษย์เก่าแก่แห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ ย่อมเข้าใจดี หากตอนนี้ยังไม่ส่งมอบหยกกลับคืน อีกไม่นานตนก็คงต้องกลายเป็นหนึ่งในศพบนแนวหน้าสนามรบระหว่างฝ่ายธรรมะมารแน่แท้
ยิ่งไปกว่านั้น สำนักเสินอู่ยังส่งผู้บำเพ็ญเพียรระดับรวมลมปราณสมบูรณ์มาแล้ว การหลบหนีออกจากสถานการณ์นี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ ลู่หยวนฉุนจึงไม่อาจหลงละเมอเพ้อฝันอีกต่อไป แทนที่จะเก็บสมบัตินั้นไว้สังเวยตนเอง สู้มอบมันออกต่อหน้าผู้คนเสียดีกว่า ประการหนึ่งถือเป็นเสียทรัพย์ตัดเคราะห์อีกประการหนึ่งก็เพื่อให้สายตาของสำนักเสินอู่และผู้อื่นเบนเป้าไปยังลวี่หยางแทน
“หยกวิเศษเสวียนพิ่นไท่อิน…..”
ลวี่หยางเห็นดังนั้นก็พึงพอใ