จ พยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นเก็บกล่องเล็กใบนั้นใส่ถุงเก็บของ หันหลังกลับมาด้วยสีหน้าเย็นสงบ สายตามองตรงไปยังเงาร่างผู้หนึ่งซึ่งปรากฏขึ้นฉับพลันนอกรัศมีของตลาด
เป็นชายหนุ่มผู้หนึ่ง รูปโฉมหล่อเหลา ถือทวนยาวอยู่ในมือ
เขาสวมมงกุฎนักรบ คลุมเกราะเกล็ดมังกร ทวนในมือจารึกลวดลายมังกร หากจะเรียกว่าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรก็ยังไม่เท่ากับบอกว่าเหมือนแม่ทัพใหญ่ในโลกมนุษย์
“จ้าวค่ายกลระดับเก้าสินะ?”
สายตาของชายหนุ่มคนนั้นคมกริบราวมีดดาบ ประหนึ่งสามารถผ่าทะลุม่านบังของค่ายกล มองตรงไปยังลวี่หยางซึ่งเป็นผู้อยู่ศูนย์กลาง
“คาดไม่ถึงเลยว่าจะยังมีตัวแปรเช่นเจ้าซ่อนอยู่”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง “หมัดเทวะ” อู๋จื้อชง และ “นักพรตเคลื่อนภูผา” ตวนมู่หยวน ก็ตรงเข้ามาเช่นกัน ทั้งสองต่างประสานมือคารวะต่อชายหนุ่มถือทวนด้วยความเคารพ
“ศิษย์พี่โอวหยาง ข้าทั้งสองปฏิบัติภารกิจล้มเหลว ทำให้ท่านผิดหวังแล้ว”
“ไม่เป็นไร”
โอวหยางฮ่าวเจ๋อเพียงส่ายหน้า สีหน้าอ่อนโยน
“พวกมารเจ้าเล่ห์นัก สองศิษย์น้องพลาดพลั้งก็ถือเป็นเรื่องปกติ จากนี้ไปชดใช้ความผิดด้วยการสร้างผลงานก็พอแล้ว”
ว่าจบ เขาก็หันสายตาไปยังตลาดเขาหัวกะโหลก แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ
“แผนการของนิกายศักดิ์สิทธิ์วางไว้นานปี ย่อมทนไม่ได้แม้เพียงสิ่งผิดพลาดเล็กน้อย หากเป็นไปได้ ก็จงรีบกำจัดตะปูที่นิกายมารตรึงทิ้งไว้ ณ ที่นี้เสียแต่เนิ่น เพื่อขจัดความแปรผันให้มากที่สุดเท่าที่จะมากไ