“ลู่หยวนฉุน! บัดซบ!”
เมื่อเห็นค่ายกลใหญ่ของตลาดถูกเจาะช่องโหว่ขึ้น เซียนหญิงเฟยเสียตาแทบถลนด้วยโทสะ แต่กลับเลือกทำตรงข้ามกับลู่หยวนฉุน
“ศิษย์น้อง เจ้ากับข้าร่วมมือกัน!”
ลำแสงสว่างวาบ เซียนหญิงเฟยเสียพุ่งตรงเข้าสู่ตลาด จากนั้นก็หันกายเฝ้าอยู่ที่ช่องว่างของค่ายกลอย่างสุดชีวิต “ห้ามปล่อยให้สำนักเสินอู่ทะลวงเข้ามาในตลาดเด็ดขาด…”
ลวี่หยางได้ยินก็เหลือบตามองนางเล็กน้อย ในใจพลันเปลี่ยนความเห็นไปบางส่วน เพราะเห็นสภาพนางแล้ว ริมฝีปากแดงฉานด้วยโลหิต กระแสพลังโรยแรง ย่อมบาดเจ็บไม่น้อย หากวิ่งตามลู่หยวนฉุนไปยังอาจมีโอกาสรอด แต่กลับเลือกจะอยู่สู้ตายในตลาด
จะไม่ใช่ว่าคือไส้ศึกกระมัง?
ด้วยความคิดฝังใจว่า“ในนิกายศักดิ์สิทธิ์ไร้ซึ่งคนดี”ลวี่หยางจึงระแวงเซียนหญิงเฟยเสียในทันที นางเองก็สังเกตเห็นแววตาระแวดระวังของเขาเข้าเต็มๆ
“หนีไม่ได้หรอก!”
เซียนหญิงเฟยเสียถอนหายใจอย่างจนใจ ราวกับอ่านความคิดของเขาออก เอ่ยเสียงต่ำว่า “สำนักเสินอู่เตรียมการมานานแล้ว หากหนีไปย่อมไม่ต่างกับหาที่ตาย”
“เหลือเพียงยืนหยัดปักหลักรอความช่วยเหลือ จึงยังพอมีเส้นทางรอดหนึ่ง!”
ลวี่หยางยังคงสงสัย “ในเมื่อศิษย์พี่หญิงก็เข้าใจเหตุผลนี้ แล้วเหตุใดศิษย์พี่ลู่จึงเลือกหนีไป?”
“เพราะหยกอยู่ที่เขา!”
เอ่ยมาถึงตรงนี้ เซียนหญิงเฟยเสียก็โกรธจัดขึ้นมาทันที “สำนักเสินอู่วางกับดัก ใช้หยกวิเศษเสวียนพิ่นไท่อินเป็นเหยื่อล่อ ลู่หยวนฉุนกลับละโมบ หยิ