บฉวยมา ไม่เพียงลากพวกเราติดบ่วง ยังไม่สนใจชีวิตศิษย์พี่เฉิน ทิ้งพวกเราแล้วหนีเอาตัวรอด!”
“พูดเช่นนี้ก็เท่ากับหนีเพราะเกรงโทษ?”
ลวี่หยางพลันเข้าใจแจ่มชัด เห็นได้ชัดว่าลู่หยวนฉุนก็รู้ว่าตนกระทำไม่ชอบ หากอยู่ต่อในตลาดก็ต้องถูกเซียนหญิงเฟยเสียตามเอาเรื่องในภายหลังแน่
จึงเลือกใช้วิธีที่สุดโต่งเช่นนี้
ดังนั้นเมื่อเซียนหญิงเฟยเสียไม่วิ่งหนีตามไป ก็ถือว่ามีเหตุผลแล้ว หากทำเช่นนั้นอาจถูกเขาฆ่าปิดปากได้ทุกเมื่อ
“เจ้ามาร วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า!”
พลังโลหิตพลุ่งพล่านส่องสะท้อนผืนฟ้า ราวกับกลุ่มเมฆเพลิงกลิ้งทะลักมา ก่อนจะปรากฏเป็นบุรุษร่างใหญ่ในเกราะศึก ใบหน้าดุดันเหี้ยมเกรี้ยว
“นั่นคือ ‘หมัดเทวะ’ อู๋จื้อชง!”
ใบหน้าของเซียนหญิงเฟยเสียพลันเคร่งเครียด พูดเสียงต่ำ “ผู้นี้ฝึกตนถึงขั้นที่เก้าแห่งรวมลมปราณ ห่างจากสมบูรณ์เพียงก้าวเดียว ศิษย์น้องต้องระวังให้มาก”
“ศิษย์พี่เฉินก็เพราะถูกเขาต่อยเพียงหมัดเดียว ร่างกายและวิญญาณถึงกับแตกสลายดับสิ้น…”
เสียงของเซียนหญิงเฟยเสียยังไม่ทันขาด ร่างใหญ่ของบุรุษนามว่าอู๋จื้อชงก็ขับลำแสงพุ่งทะยานมาแล้ว แขนข้างหนึ่งยกขึ้นสูงเหนือศีรษะ ราวกับกำลังง้างคันศรมหึมาไปด้านหลัง
“ตาย!”
เพียงพริบตา หมัดหนึ่งก็ถูกทุบออกไป!
เสียงระเบิดแหลมบาดหูดังสะท้านสี่ทิศ รอยกำปั้นมหึมาตรงเข้าทิ่มแทงดุจมังกรพุ่งสู่ทะเลทองคำ เพียงชั่วพริบตา ลวี่หยางก็รู้สึกประหนึ่งมีภูเขาลูกมหึมาถล่มใส่หน้า!