ตูม!
วินาทีคับขัน เซียนหญิงเฟยเสียก้าวออกมาหนึ่งก้าว แขนเสื้อเมฆาพลิ้วสะบัด หมอกเมฆใสบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาเป็นกลุ่มใหญ่ ต้านรับหมัดของอู๋จื้อชงไว้เต็มแรง
ชั่วพริบตา เมฆสีรุ้งพลันระเบิดกระจายออกเป็นวงกว้าง ในที่สุดก็หยุดยั้งอู๋จื้อชงไว้ได้ตรงนอกตลาด ทว่าพลังแห่งเมฆนั้นก็เสื่อมสลายไปกว่าครึ่ง
เห็นดังนั้น ดวงตาของเซียนหญิงเฟยเสียก็ฉายแววเจ็บปวดขึ้นมาทันใด
เมฆสีรุ้งนี้ก็คือหนึ่งในอาวุธวิเศษที่นางฝืนใจหลอมเลี้ยงมานาน มีนามว่า“ผ้าคลุมแพรหมอกเมฆาสีรุ้ง”เป็นสิ่งที่นางอุตส่าห์บ่มเพาะมาหลายปี ทว่าคราวนี้กลับเสียหายต่อเนื่องจนยากจะฟื้นคืน
ในเวลาเดียวกัน บนฟากฟ้าก็ปรากฏลำแสงอีกสายหนึ่งพุ่งตกลงมา
เมื่อร่างนั้นปรากฏชัด กลับเป็นลู่หยวนฉุนที่เพิ่งหนีไป ใบหน้าเขาซีดเผือดอย่างยิ่ง และที่น่าตกใจคือด้านหลังยังมีผู้บำเพ็ญเพียรอีกคนหนึ่งติดตามมา
“นั่นคือ ‘นักพรตเคลื่อนภูผา’ ตวนมู่หยวน…”
คิ้วของเซียนหญิงเฟยเสียขมวดแน่นทันที รู้ได้ทันทีว่าผู้ที่ดักลู่หยวนฉุนเอาไว้ก็คืออีกหนึ่งผู้บำเพ็ญเพียรขั้นปลายแห่งสำนักเสินอู่ ฝีมือหาได้ด้อยไปกว่านางไม่
“ลู่หยวนฉุน หากยังอยากรอดกลับมา เจ้ากับข้าต้องร่วมแรงกัน!”
เซียนหญิงเฟยเสียเอ่ยเสียงเข้ม แม้สำนักเสินอู่จะบุกมาด้วยท่าทีดุดัน แต่ในสายตานาง ฝ่ายตนยังมีผู้บำเพ็ญเพียรขั้นปลายรวมลมปราณอยู่ถึงสามคน จึงมิใช่ว่าไร้หนทางต่อสู้โดยสิ้นเชิง
ต่อให้ลวี่หยางเป็นเพียงศิษย์ธรรมดา ไร