ต้องสูงกว่ากู้ตงเชินแน่นอน
เฉินเฟิงหัวเราะออกเสียงแล้วพูดขึ้น “เพื่อน”
“นายจะออกหน้าออกตาแทนกู้ตงเชินหรือไง? ไม่ใช่ว่านายมาสร้างเรื่องกวนใจให้กับตระกูลไป๋ของฉันนะ? ” ไป๋กว่างยี่ถามหลายคำถามในเวลาเดียวกัน เหมือนมองไม่ออกว่าตัวตนที่แท้จริงของเฉินเฟิงเป็นยังไง เขาต้องถามคำถามเพื่อลองใจเฉินเฟิงด้วยความละเอียด
เฉินเฟิงจึงยิ้มอย่างไม่เข้าใจแล้วพูดขึ้น “ตระกูลไป๋ของพวกคุณ……เก่งมากหรือไง? ”
ไป๋กว่างยี่ทำสีหน้าที่แดงระเรื่อขึ้นมาทันที นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีคนดูถูกตระกูลต่อหน้าเขาแบบนี้
“คุณนายโผล่มาจากไหนกัน? ” ผ่านไปสักพัก ในปากของไป๋กว่างยี่เอ่ยพูดคำๆ นี้ออกมา ในจินหลิงมีเศรษฐีร่ำรวยมากมาย ทว่าไม่มีตระกูลร่ำรวยตระกูลไหนที่มีแซ่ว่าเฉิน
“นายไม่สมควรรู้” เฉินเฟิงเอ่ยพูดด้วยเสียงเรียบเฉย เขามองไป๋กว่างยี่เพียงพริบตาเดียว “ฉันรู้ว่ากู้ตงเชินยังมีชีวิต ถ้านายอยากจะรู้จักฉัน ก็พาฉันไปหาเขาก่อนสิ”
“ถ้าฉันไม่อยากรู้จักแกล่ะ? ” ไป๋กว่างยี่ทำปากแข็ง เขายังคงไม่เชื่อ ต่อหน้าคนมากมายเฉินเฟิงจะทำอะไรเขาได้
“ไม่อยากรู้จัก? ” เฉินเฟิงยิ้มขึ้น จากนั้นก็ทำสีหน้าที่เย็นชาขึ้นมาทันที “งั้นวันนี้ฉันให้แกได้ลิ้มรสเอง! ”
ไป๋กว่างยี่ทำสีหน้าที่แปรเปลี่ยนไป จริงๆ แล้ว เฉินเฟิงไม่มีทางฆ่าเขาที่นี่ได้ ทว่าแค่จะกระทืบเขาเท่านั้น
ถ้าเขาถูกผู้ชายกระทืบต่อหน้าหลิ่วอีอี งั้นวันข้างหน้าเขาก็อย่าคิดจะได้เงยหน้าขึ้นต่อ