หน้าหลิ่วอีอีอีกต่อไป
สุดท้าย ไป๋กว่างยี่จึงกัดฟันเอ่ยพูด “กู้ตงเชิน ไอ้หมาตัวนั้นไม่ได้ตายจริงๆ แต่ตอนนี้เขาอยู่ในคฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลง นายจะกล้าเข้าไปหรอ? ”
“มีอะไรไม่กล้าเข้าไปหรอก แกนำทางก็พอ” เฉินเฟิงพูดขึ้นอย่างขี้เกียจ ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าคฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลงเป็นสถานที่แบบไหน ทว่าเขากลับไม่กลัวไป๋กว่างยี่จะเล่นตุกติกอะไร ในเขตพื้นที่จินหลิง ที่สามารถข่มขู่เขา ก็คงมีแค่สัตว์ประหลาดแก่ไม่กี่ตัวเท่านั้น และสัตว์ประหลาดไม่กี่ตัวพวกนั้น คนอย่างไป๋กว่างยี่ไม่สามารถเข้าถึงได้
“เหอะ ถือว่ามีความกล้าไม่น้อย! ” ในใจของไป๋กว่างยี่กำลังแสยะยิ้มขึ้น เฉินเฟิงมันหน้าโง่ แม้กระทั่งคฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลงเป็นสถานที่อะไรเขาก็ยังไม่รู้ ต้องได้ไล่เขาออกไปแล้ว ไม่รู้จริงๆ ว่าเขามีความมั่นใจในตัวหรือว่าหยิ่งทะนงเกินไป
“ไหนๆ ก็เป็นแบบนี้แล้ว งั้นนายก็ไปกับฉัน” ไป๋กว่างยี่หรี่ตาลงแล้วพูดขึ้น คฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลงเป็นกองบัญชาการของเขา พอถึงที่นั่น ต่อให้เฉินเฟิงมีปีกก็บินออกมาไม่ได้!
“ได้” คำตอบของเฉินเฟิงกลับสามารถตอบกลับมาด้วยคำพูดสั้นๆ ได้ใจความ
“กว่างยี่ พาอีอีไปด้วยสิ ตลอดทางมีเรื่องอะไรเธอจะได้เป็นคนวิ่งธุระแทนคุณ” หลิ่วจื้อโจวพูดขึ้นและทำตาหยี เฉินเฟิงไม่รู้ว่าคฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลงเป็นสถานที่อะไร เขาก็รู้ ถ้าหลิ่วอีอีถือโอกาสนี้ ไปมีความสัมพันธ์กับคฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลง งั้นก็ต้องนำพาผลปร