น แต่ว่ามีส่วนมากกลับไม่รู้ว่าเฉียวเสี่ยวโย่วเป็นใครกันแน่ ผู้คนที่เดินผ่าน จึงทำได้เพียงเอามือถือขึ้นมาแล้วถ่ายอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นก็โพสต์หนึ่งหน้าฟิตของตัวเอง
พอมองหน้าตาอันสะสวยของเฉียวเสี่ยวโย่ว เอวที่เหมือนงูน้ำ ทำให้จวงเห่าหยินถึงกับกลืนน้ำลาย แค่รู้สึกว่าท้องน้อยของเขาเต็มไปด้วยความรุ่มร้อน เธอที่เหมือนดั่งแรไอเทม ชีวิตเขาคงไม่มีทางได้แตะต้อง แต่แค่จินตนาการเล่นๆ ในหัวสมองก็ยังดี
“พี่ชาย” จวงเห่าหยินเดินหน้ามาไม่กี่ก้าว แล้วยิ้มต้อนรับ
โจวจิ่งเหวินดูๆ แล้วเหมือนมีอายุราวๆ สี่สิบกว่า เรือนร่างซูบผอม ผู้ชายวัยกลางคนที่สวมใส่แว่น เรือนร่างของเขาแผ่รังสีความเกรงขามออกมา พอเห็นจวงเห่าหยิน เขาแค่ขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น “แกทำอะไรอยู่ที่นี่? ”
“พี่ชาย ไม่มีอะไร ก็แค่สองคนนี้ที่กล้ามากวนใจผมบนรถไฟ ผมเลยจะสั่งสอนๆ พวกเขาหน่อย” จวงเห่าหยินยิ้มอย่างเบิกบาน
“อืม” โจวจิ่งเหวินผงกหัวเล็กน้อย แล้วกำชับขึ้น “ลงไม้ลงมือให้มันเบาๆ หน่อย อย่าทำให้คนอื่นตายได้”
“พี่ชายวางใจเถอะ ผมรู้ดีแก่ใจ” จวงเห่าหยินจึงรีบพูดขึ้น
“ใช่แล้ว พี่สาว วันนี้บริษัทพวกพี่มาเยือนแบบอลังการแบบนี้ มารับท่านประธานบริษัทใช่ไหมครับ? “จวงเห่าหยินถามขึ้น
โจวจิ่งเหวินส่ายหัว แล้วพูดขึ้น “ไม่ใช่ มารับคนอื่น”
“มารับคนอื่น? ” จวงเห่าหยินผายมือแล้วหัวสมองของเขาจึงมีความคิดบางอย่างที่ไม่คาดคิดผุดขึ้นมา ไม่ใช่ว่ามารับไอ้โง่นั่นใช่ไหม?