ือดของหลินต้าจูนก็จะพลุ่งพล่าน ราวกับว่าเขาเป็นหนึ่งในนั้น
ในเวลานี้เอง ด้านหน้าของหลินต้าจูนก็มีเสียงเย็นมืดมนดังขึ้นมา
“หลินต้าจูน ในที่สุดก็หามึงเจอจนได้!”
หลินต้าจูนเงยหน้าขึ้น สีหน้าของเขามีความเซอร์ไพรส์เล็กน้อย:“พี่เปียว พี่มาได้ยังไง?”
ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือผู้ชายร่างใหญ่เต็มไปด้วยรอยสัก ซึ่งเขาก็คือพี่ใหญ่ของหลินต้าจูนจางเปียว
“ไม่ต้องสนใจว่ากูมาได้ยังไง ไปกับกู” จางเปียวพ่นบุหรี่ออกมา แล้วพูดเสียงเรียบ
เห็นคนที่อยู่ด้านหลังของจางเปียวมีสีหน้าที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก หลินต้าจูนรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องขึ้นมาในทันที อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ แล้วถามขึ้น:“พี่เปียว พี่ทำแบบนี้หมายความว่าอะไร?”
จางเปียวหัวเราะในลำคอ:“บอกให้มึงไปก็ไป อย่ามาพูดมาก!”
“ลูก หนีเร็ว!” ซุนกุ้ยฟางที่ฉลาดหลักแหลมสังเกตเห็นความผิดปกติก่อน จึงสะกิดเอวของหลินต้าจูน หมุนตัวแล้ววิ่ง
“หนี? มึงหนีได้หรอ!”จางเปียวแสยะยิ้ม จากนั้นเตะไปที่สะโพกของซุนกุ้ยฟาง
“พี่เปียว!พี่ทำอะไร!”หลินต้าจูนตกใจตาแตก เขาคิดยังไงก็คิดไม่ออก ทำไมอยู่ดีจางเปียวถึงลงไม้ลงมือกับเขาและซุนกุ้ยฟาง
จางเปียวไม่ได้ตอบคำถามเขา แต่เอาไม้เบสบอลตีไปที่หัวของหลินต้าจูนในทันที
“ปั้ง” เสียงดังขึ้น
หลินต้าจูนรู้สึกเพียงว่าภาพตรงหน้ามืดสนิท จากนั้นก็หมดสติไป
จากนั้นสองแม่ลูก ก็ถูกยัดเข้าไปในถุงกระสอบ แล้วพาขึ้นไปบนรถตู้
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง