นที่ได้ฟังนั้นกลับตกใจจนเหงื่อแตก ให้ตายสิถ้าเฉินเฟิงได้ยินคำนี้ คงต้องฉีกเขาเป็นชิ้นๆ
“น้าหลินครับ อย่าพูดเรื่อยเปื่อยครับ” เสิ่นจุนเหวินกล่าวพูดเสียงเบา
เมื่อได้ยินเสิ่นจุนเหวินเรียกตนเองว่าน้าหลิน หลินหลันยิ้มร่าในทันที รู้สึกว่าสำเร็จแล้ว ต้องรู้ว่า ครั้งที่แล้วตอนที่เสิ่นจุนเหวินเจอเธอนั้น ไม่ได้เห็นเธออยู่ในสายตาแม้แต่น้อย อย่าว่าแต่น้าเลย ไม่ได้เรียกเธอว่าอีแก่ก็เธอว่าดีแล้ว
สำหรับคำว่าอย่าพูดเรื่อยเปื่อยในท้ายประโยคนั้น หลินหลันเห็นว่าเสิ่นจุนเหวินพูดด้วยความเกรงใจ ยังไม่ทันเตรียมพร้อมที่จะเป็นลูกเขยของเธอ
“อย่าพูดเรื่อยเปื่อยอะไรจ๊ะ วันข้างหน้าเราก็จะเป็นลูกเขยของแม่แล้ว แม่ก็คือแม่ยายของเรา ทุกคนล้วนเป็นคนบ้านเดียวกัน ห้ามเรียกแม่ว่าน้าหลิน เรียกแม่ เข้าใจไหมจ๊ะ?” หลินหลันมองตาขาวให้กับเสิ่นจุนเหวิน จากนั้นพูดขึ้น
เหงื่อบนหน้าผากของเสิ่นจุนเหวินไหลไม่หยุด การที่เขามาในครั้งนี้ มาเอาเงินจากหลินหลัน ไม่ได้มายอมรับว่าเธอเป็นแม่ ถ้าเขากล้าเรียกหลินหลันว่าแม่ เฉินเฟิงจะต้องทำให้เขาเกือบตายอย่างแน่นอน
“น้าหลิน ไม่ได้ครับๆ ผมกับคุณหนูเสี้ยไม่ได้มีความสัมพันธ์อย่างที่น้าคิด” เสิ่นจุนเหวินรีบยกมือขึ้นแล้วส่ายไปมา พยายามที่จะตัดความสัมพันธ์กับเสี้ยเมิ่งเหยา
“ไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้น? แล้วพวกนายมีความสัมพันธ์กันแบบไหน? คุณชายเสิ่น คุณไม่อยากจะแต่งงานกับลูกสาวของฉัน ไม่อยากให้เธอเ