น!”เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ดี หวังเจียงก็ยิ่งอยากจะพาตัวไป๋กว่างยี่ออกไปจากห้อง
ถึงแม้ไป๋กว่างยี่จะรู้สึกไม่พอใจ แต่นี่คือถิ่นของคนอื่น เขาที่ไม่รู้จักคนและไม่คุ้นชินพื้นที่ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ หาคนมาช่วยไม่ได้จริงๆ
“กล้าให้กูรู้จักชื่อของมึงไหม?” ไป๋กว่างยี่มองเขม็งไปที่กู้ตงเชิน ถามเสียงเหี้ยม
กู้ตงเชินหัวเราะในลำคอ แล้วพูดขึ้น:“กูนามสกุลกู้ ชื่อตงเชิน จำเอาไว้ให้ดี!”
“กู้!ตง!เชิน!ดี กูจำเอาไว้แล้ว!”ไป๋กว่างยี่จ้องมองไปที่กู้ตงเชิน แล้วเตรียมที่จะออกไป
“เดี๋ยวก่อน อยากจะไปแล้วหรอ?” กู้ตงเชินกลับยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วยืนอยู่ตรงหน้าไป๋กว่างยี่
“มึงทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?!”สายตาของไป๋กว่างยี่ลุกเป็นไฟ เขายอมถอยหลังหนึ่งเก้าแล้ว แต่กู้ตงเชินกลับไม่อยากปล่อยเขาไป!
“มึงทำร้ายคุณหนูสวี แล้วอยากจะไปแบบนี้ มันคงไม่เข้าท่ามั้ง” กู้ตงเชินพูดเสียงเรียบ ถ้าเป็นไปได้ แน่นอนว่าเขาอยากจะให้ไป๋กว่างยี่ไป แต่ถ้าเฉินเฟิงมาถึง เห็นสวีเฟยหรงถูกทำร้าย แต่เขากลับไม่ได้ทำอะไร เฉินเฟิงคงจะถลกหนังเขาออกมา
“นางสารเลวนี่ไม่เคารพคุณชายไป๋ของพวกกู ทุบตีมันแล้วจะทำไมห๊ะ?!”ไป๋กว่างยี่ยังไม่ได้พูดอะไร หวังเจียงกลับพูดออกมาอย่างมีเหตุมีผล
สีหน้าของกู้ตงเชินเย็นยะเยือก:“กูคุยกับหัวหน้าของมึง มึงมันก็แค่หมารับใช้ มาเสือกอะไร!”
“โจวจิ้งหลง ตบปาก!หนึ่งร้อยครั้ง!”
“ครับท่านเชิน”โจวจิ้งหลงยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วมองไปด้านห