บทที่ 37 เคล็ดแปรร่างถอดซากใต้เงาจันทรา
“เคล็ดแปรร่างถอดซากใต้เงาจันทรานี่ช่างยากยิ่งนัก…”
ลวี่หยางขมวดคิ้วแน่น ขณะมองคัมภีร์ลับวิชาเทพเบื้องหน้า หลังจากปิดด่านฝึกเพียงคืนเดียวก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ “มหาวิชาเทพมิใช่ผู้ที่มีพลังวิชาอันยิ่งใหญ่มิอาจจะทำได้ คือจุดสูงสุดของวิชาเทพ”
คำว่า “มหาวิชาเทพ” นั้น แท้จริงมิใช่ระดับของวิชาเทพ แต่เป็นวิธีการใช้งานในเชิงประสานกัน กล่าวอย่างง่าย คือ การนำวิชาเทพชั้นสูงที่สอดคล้องกันหลายสาย มาผสานเป็นหนึ่งเดียว ให้เกิดพลานุภาพที่สูงกว่าเดิมหลายสิบเท่า จึงเรียกว่ามหาวิชาเทพ
เคล็ดแปรร่างถอดซากใต้เงาจันทราก็คือเช่นนั้น การจะฝึกฝนเคล็ดวิชาเทพนี้ให้สำเร็จ ต้องเชี่ยวชาญวิชาเทพชั้นสูงสามสาย ได้แก่เวทแสงโลหิตแปรเทพอสูร,มหาวิชานิลกาฬฉุดคร่าวิญญาณ, และยันต์เทวโองการไท่เวยซึ่งทั้งสามวิชา ล้วนยากยิ่งนัก ยากจะฝึกสำเร็จหากไร้ซึ่งโชควาสนาอันยิ่งใหญ่
นี่เองคือลักษณะร่วมของมหาวิชาเทพทุกสาย
หาใช่เพียงอยากฝึกก็สามารถฝึกได้ จำต้องอาศัยหนึ่งคือสติปัญญา, สองคือโชควาสนา, สามคือบุญญาบารมีหากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็ล้วนต้องพังพินาศ
ว่ากันเพียงแค่วิชาเทพบทแรกแสงโลหิตแปรเทพอสูร
แค่บทเดียวนี้ก็ไม่รู้ว่าตรึงตายผู้บำเพ็ญเพียรไปมากเท่าไรแล้ว เพราะว่าการฝึกฝนด้วยการลอกหนังตนเองนั้น เท่ากับเป็นการตัดขาดหนทางสู่เซียนเสียเอง ต่อให้ฝึกสำเร็จ ก็ไร้ความหมายใดโดยสิ้นเชิง
ส่วนวิชาเทพบทที่สองมหา